เปิดตัวรักต่างวัย 17 ปี โจอี้ บอย คบกวาง เดอะเฟซ

2

เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกคู่ สำหรับคู่รักต่างวัย เจ้าพ่อแร็พ โจอี้ บอย กับสาวสวย กวาง The Face 2 หรือกวาง วรรณปิยะ ที่ล่าสุดฝ่ายชายได้ออกมา เปิดใจว่ากำลังตามจีบ และคบหาดูใจอยู่กับกวาง และรักครั้งล่าสุดนี้ผู้ใหญ่ก็ไฟเขียว โจอี้ เข้าพบพ่อแม่ฝ่ายหญิงแล้วด้วย

และถึงจะเป็นรักต่างวัย เพราะฝ่ายชายตอนนี้อายุ 42 ปี ส่วนทางกวางนั้น อายุเพียงแค่ 25 ปี นอกจากนิสัยที่ทั้งคู่น่าจะคลิกกันแล้ว ฝ่ายกวางก็ดูจะตรงสเปกของโจอี้ บอย ไม่น้อย เพราะเป็นสาวสวยเซ็กซี่ ไม่แพ้ดีกรีแฟนเก่าหลายคนที่โจอี้ บอย เคยคบหาดูใจมาก่อน

ซึ่งก่อนหน้านี้ที่มีคนภาพจับผิดว่าโจอี้ บอย ไป เที่ยวญี่ปุ่นกับกวาง และยังไม่มีรูปคู่ออกมาในโซเชียล แต่ตอนนี้เปิดตัวแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานคงได้เห็นรูปคู่หวานๆ ของโจอี้ บอยและกวาง แน่นอน

อ๋อม-อานัส ชี้แจงสื่อ ไม่รู้จัก “ไซซะนะ” ยืนยันรูปถ่ายแค่ไปทำงาน

อ๋อม-อานัส ชี้แจงสื่อ ไม่รู้จัก "ไซซะนะ" ยืนยันรูปถ่ายแค่ไปทำงาน

อานัส: “ผมแคร์ความรู้สึกของที่บ้าน และคนรอบๆข้าง ถามว่าตัวเองตกใจไหม ก็ไม่ได้ตกใจ ก็แค่เป็นการถ่ายรูปทำงานปกติเวลามีคนมาขอถ่ายรูป ก็ถ่ายรูปไปธรรมดา”

กลัวว่าตำรวจจะเรียกไปชี้แจงจอข้อมูลเพิ่มเติมไหม ?
อานัส: “ถ้าเรียกจริงๆ ป่านนี้คงได้ไปแล้วครับ เพราะว่าเขาคงไปตรวจสอบหมดแล้ว”
อ๋อม: “เรายินดีให้ความร่วมมืออยู่แล้วครับ”

ตอนแรกตำรวจจะเรียกสอบปากคำกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เราทราบข่าวนี้ไหม ?
อ๋อม: “ผมก็ทราบจากข่าวเหมือนกัน แต่ถ้าตำรวจจะเรียกจริงๆผมก็ยินดี แต่ว่าณ ตอนนี้ตำรวจยังไม่เรียกครับ”

คุยกับผู้ใหญ่ทางช่องว่ายังไงบ้าง ?
อ๋อม: “สำหรับผมได้คุยเรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้มีอะไร อย่างที่บอกไปเราไม่ได้มีอะไร เราบริสุทธิ์ใจจริงๆ ครับ”

หลังจากนี้จะระวังคนที่มาขอถ่ายรูปไหม ?
อ๋อม: “ไม่หรอกครับก็คงถ่ายเหมือนเดิม ใครมาขอถ่ายก็ให้ถ่ายหมด”

จะเช็คงานผู้ว่าจ้างไหมว่ามีรายละเอียดยังไงบ้าง ?
อ๋อม: “ผมว่ามันไม่สามารถเช็คได้อยู่แล้ว เราเป็นผู้ถูกจ้าง มีผู้ว่าจ้างให้เราไปเราก็ไป ใครขอถ่ายรูปเราก็ให้ถ่ายตามปกติ”

เคลียร์ว่าไม่รู้จักไม่สนิทสนมกัน ?
อานัส: “ก็บอกว่ารู้จัก แต่ว่ารู้จักกันในการทำงาน เดี๋ยวจะไปเขียนกันผิดอีก”
อ๋อม: “เดี๋ยวจะงงอีกเพราะว่าข่าวค่อนข้างจะคลาดเคลื่อน ด้วยความที่เราสองคนพูดคนละอย่างกัน แต่ว่าวันนี้เราสองคนยืนยันชัดเจนตรงกัน ณ ตรงนี้เลยว่าไม่อยากให้เข้าใจผิดกัน”

ก็ไม่อยากให้แฟนๆ ละครเข้าใจผิดใช่ไหม ?
อานัส: “ใช่ครับ”

จะมีรูปดาราคนอื่นที่ถ่ายกับเขาออกมาอีกไหม ?
อ๋อม: “อันนี้ผมไม่ทราบครับ แต่ที่ผมไปกันก็มีนักแสดงหลายคนอยู่ แล้วเราก็ถ่ายรูปร่วมเฟรมกันคือมีเราสองคน แต่คนอื่นถ่ายหรือเปล่าเราไม่รู้จริงๆ”

อยากบอกอะไรกับแฟนคลับที่เห็นภาพครั้งแรกแล้วก็เข้าใจผิดไปแล้ว ?
อ๋อม: “สำหรับคนที่เข้าใจผิดไปแล้วนะครับ ก็อยากจะขอยืนยันเลยว่าผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสองคนนะครับ ก็อยากจะให้ติดตามข่าวสารกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนนะครับ อย่างเพิ่งไปเสพข่าวกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ฟังเราสองคนพูดแล้วก็ดูทุกอย่างประกอบด้วยครับ”
อานัส: “ก็เหมือนกับอ๋อมครับ อยากยืนยันแน่นอนว่าเราสองคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรที่ไม่ดีทั้งสิ้นครับ แล้วก็พร้อมให้ทุกฝ่ายเข้ามาตรวจสอบได้ครับ”

ถ้าทางตำรวจขอความร่วมมือมาเราก็พร้อมจะให้ความร่วมมือใช่ไหม ?
อ๋อม: “ยินดีครับ”
อานัส: “ยินดีครับ”

ตามเจอแล้ว โดรน 1 ล้านสำรวจน้ำท่วมใต้ หลังออกหาเป็นวัน

6

โดรนสำรวจน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ มูลค่า 1 ล้านของกรมชลประทาน สามารถติดตามเจอแล้ว หลังออกประกาศตามหาในโซเชียล พบลอยอยู่ในสวนปาล์ม

(21 ม.ค.) จากกรณีที่สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน ได้ออกประกาศตามหา อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก (UAV) ที่ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัย บริเวณ ต.ท่าโรงช้าง ต.เขาหัวควาย และ ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อถ่ายภาพแผนที่น้ำท่วม แต่ปรากฏว่าได้หายสาบสูญไป ทำให้ออกตามหากันในพื้นที่ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีสำคัญและมูลค่าสูงถึง 1 ล้านบาท

ภายหลังจากที่ข่าวการตามหาอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก ถูกเผยแพร่ไปในโลกโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่าล่าสุดได้ค้นพบเจอแล้ว ตามเบาะแสที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้แจ้งเข้ามา ประกอบกับแกะรอยตามเครื่องตรวจจับสัญญาณของอากาศยานไร้คนขับ ทำให้พบว่าลอยน้ำอยู่ภายในร่องน้ำสวนปาล์ม ใกล้กับแนวส่งสายไฟฟ้าแรงสูง พื้นที่ หมู่ 2 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน

ทั้งนี้ ทางกรมชลประมาทได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธา สุราษฎร์ธานี ที่อนุเคราะห์ให้ความช่วยเหลือ และขอบคุณโลกโซเชียลมีเดียที่ช่วยเผยแพร่และแชร์ข้อมูลส่งต่อจนนำมาสู่การค้นพบเทคโนโลยีสำคัญของกรม โดยใช้เวลาติดตามค้นหาราวๆ 8 ชั่วโมง

นศ.หนุ่มตกใจ เจอหมายเรียกโกงสอบนายสิบ ทั้งที่สอบตก

5

หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง รู้สึกตกใจหลังได้รับหมายเรียกเข้าให้ปากคำ กรณีการทุจริตสอบนายสิบ ทั้งที่สอบไม่ผ่าน ยันไม่เกี่ยวข้องใดๆ แต่ก็พร้อมจะไปให้ปากคำ

(21 ม.ค.) นายเกม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นชาว จ.มหาสารคาม ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังได้รับหมายเรียกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ให้เข้าพบเพื่อให้ถ้อยคำ

จากกรณีตกเป็นผู้ต้องสงสัยในขบวนการทุจริตสอบนายสิบที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จากการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ จำนวน 1,000 อัตราที่มีการจัดสอบไปเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา กระทั่งได้ตรวจพบการกระทุจริตในภายหลัง

นายเกม เปิดเผยว่า ทันทีที่ได้รับหมายเรียกทั้งตัวเองและครอบครัวก็รู้สึกตกใจและวิตกกังวลมาก เพราะในชีวิตไม่เคยกระทำผิดและไม่เคยได้รับหมายเรียกเลย แต่ยอมรับว่าตนเองได้สมัครเข้าสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจจริง โดยเข้าสอบที่สนามสอบบางนา แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบอย่างแน่นอน

สำหรับที่ถูกออกหมายเรียกในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการสุ่มเรียกตามหมายเลขผู้เข้าสอบ ซึ่งเลขที่นั่งสอบของตนเองอาจจะอยู่ใกล้กับกลุ่มที่มีการลอกข้อสอบหรือทุจริตสอบ ตนเองก็พร้อมที่จะเดินทางไปให้ถ้อยคำตามหมายเรียกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์

แต่สิ่งที่กังวลในตอนนี้ คือนอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางไปให้ถ้อยคำแล้ว ยังกลัวว่าการถูกออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่ออนาคตทำให้ตนเองเสียสิทธิ์ในการสมัครสอบครั้งต่อไปหรือไม่ จึงอยากวอนขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

นายเกม ยังกล่าวด้วยว่า เหตุผลที่สมัครเข้าสอบคัดเลือกนักเรียนนายสิบตำรวจครั้งนี้ เพราะเป็นความใฝ่ฝันของตนเองและครอบครัวที่อยากจะให้เข้ารับราชการตำรวจ เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ประกอบกับครอบครัวมีฐานะยากจนพ่อแม่มีอาชีพค้าขายปลาทู หากลูกได้มีโอกาสเข้ารับราชการก็น่าจะมีฐานะที่มั่นคงมากขึ้น พ่อแม่จึงตัดสินใจนำเงินเก็บที่ได้จากการขายปลาทูจ่ายค่าโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม จำนวน 30,000 บาท เพื่อติวเข้มทักษะความรู้ความสามารถเหมือนกับการสอบบรรจุทั่วไป

กระทั่งถึงวันสอบก็เดินทางไปสอบตามปกติ ที่สำคัญเมื่อประกาศผลสอบแล้วตนเองก็ไม่ผ่านการสอบครั้งนี้ ทั้งตามกระแสว่ามีการเรียกเงินรายละ 300,000-500,000 บาท ครอบครัวคงไม่มีปัญญาจ่ายเงินมากขนาดนั้นได้ แต่ก็ไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุอะไรจึงมีชื่อถูกออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องสงสัยให้เข้าให้ถ้อยคำ

เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจตนก็พร้อมจะเดินทางไปให้ถ้อย แต่ต้องรอหมายเรียกครั้งที่สอง เนื่องจากหมายเรียกครั้งแรก เพิ่งส่งมาถึงบ้านเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา แต่ในหมายระบุให้เข้าให้ถ้อยคำวันที่ 4 มกราคม 2560 ซึ่งเลยกำหนดไปแล้ว ซึ่งหากได้รับหมายอีกก็จะเดินทางไปตามหมายทันที

ชาวบ้านร้องบ่อนไฮโลไฮเทค “ลูกชายบิ๊กตำรวจ” เปิดเย้ย สน.บางโพงพาง

13

ชาวบ้านสุดทนร้องเรียน “บ่อนไฮโลไฮเทค” ลูกชายนายตำรวจใหญ่ เป็นเย้ยกฎหมายภายในซอยนาคสุวรรณ ท้องที่ สน.บางโพงพาง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจรอบกรุงพบบ่อนการพนันลักลอบเปิดทุกพื้นที่ บก.น.1-9 เชื่อ “บิ๊กนครบาล” ไฟเขียว สุดตะลึงแขวนรูปนายตำรวจอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ตั้งตระหง่านโชว์บารมีคุ้มครองบ่อน “ส.สมหมาย”!

วันนี้ (28 ส.ค.) มีชาวบ้านร้องเรียนผ่านมายัง ASTVผู้จัดการออนไลน์ ว่าได้รับความเดือดร้อนจากบ่อนการพนันขนาดใหญ่ลักลอบเปิดในซอยนาคสุวรรณ ย่านถนนพระราม 3 ท้องที่ สน.บางโพงพาง อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ชาวบ้านระบุด้วยว่าเคยร้องเรียนไปยัง สน.บางโพงพางหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ กับบ่อนการพนันดังกล่าว

ชาวบ้านร้องเรียนด้วยว่าได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จากปัญหาคนที่มาใช้บริการในบ่อนการพนัน ที่มีทั้ง พ่อค้า แม่ค้า และนักธุรกิจที่นิยมชมชอบการเล่นการพนัน อีกทั้งปัญหานักเลงที่มาป้วนเปี้ยนเข้าออกภายในซอยนาคสุวรรณตลอดทั้งวัน 24 ชั่วโมง ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่โตอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยบ่อนการพนันนี้มีเจ้าของชื่อ “บูม” เป็นลูกชายนายตำรวจใหญ่คนหนึ่งของโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จนตำรวจท้องที่ไม่กล้าแตะต้อง

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันภายในซอยนาคสุวรรณจริง โดยบ่อนดังกล่าวเปิดให้บริการนักพนันเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็น “บ่อนไฮโลไฮเทค” มีนักพนัน, นักเลง และนักธุรกิจ เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก มีรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ส่วนบุคคลจอดเป็นจำนวนมาก จากการสังเกตการณ์พบมีรถแท็กซี่คอยรับส่งนักพนันที่ใช้บริการด้วย โดยจะมีชายฉกรรจ์ยืนสังเกตการณ์ถือวิทยุสื่อสารคอยคุมเชิงอยู่ตั้งแต่ต้นซอยจนถึงบ่อนการพนันแห่งนี้

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังรายงานด้วยว่าปัจจุบันมีปัญหาการลักลอบเปิดบ่อนการพนันอย่างโจ๋งครึ่มทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล บก.น.1-9 ที่มี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.นั่งกำกับอยู่ มีบ่อนการพนันลักลอบเปิดอยู่ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะ พื้นที่ บก.น.8-9 จะมีตู้ม้าไฟฟ้าเปิดให้บริการเป็นจำนวนมากตามชุมชนต่างๆ ส่วนพื้นที่ บก.น.7 มีบ่อนขนาดใหญ่ เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “บ่อนลอยฟ้า” ซึ่งเคยถูกตำรวจบุกจู่โจมมาแล้วหลายครั้ง แต่ปัจจุบันก็ยังมีการเปิดให้บริการอยู่โดยเปิดอยู่ด้านบนคอนโดมิเนียม (ตึกแฝดเยื้องสะพานพระปิ่นเกล้า) และพื้นที่ บก.น.2 สน.เตาปูน “บ่อนเตาปูน” ก็ยังมีการลักลอบเปิดให้เล่นการพนันอยู่เช่นกัน พื้นที่ บก.น.5 มีบ่อนการพนันเปิดทุกท้องที่ รวมทั้งบ่อนไฮโลไฮเทคที่กล่าวมา

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าพื้นที่ บก.น.4 มีบ่อนการพนันลักลอบเปิดอยู่ในหลายท้องที่ โดยเฉพาะท้องที่ สน.ลาดพร้าว บริเวณซอยข้างโลตัส บางกะปิ ติดกับตลาดสดบางกะปิ มีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันขนาดใหญ่ บริเวณกลางซอยดังกล่าว อยู่ซ้ายมือ มีนักพนันเข้ามาเล่นจำนวนมาก เป็นที่สังเกตและเป็นที่เข้าใจดีของบรรดา “ผีพนัน” บ่อนแห่งนี้จะทาสีเขียวเป็นหลัก ใช้ชื่อว่า “ส.เขียว หรือ ส.สมหมาย” โดยบ่อนแห่งนี้จะนำภาพถ่ายของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แขวนตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเปิดเป็นค่ายมวย นอกจากนี้ยังเปิดอีกที่ใกล้เคียงกันบนอาคารพาณิชย์เก่า 2 คูหา ย่านแฮปปี้แลนด์ ใกล้เคียงอู่รถเมล์สาย 8 และอีกที่บริเวณสี่แยกโรงไม้ ในท้องที่ สน.โชคชัย

นอกจากนี้ยังมีบ่อนการพนันลักลอบเปิดในตลาดสดนครไทย ซอยลาดพร้าว 101 และบ่อนผู้ใหญ่แดง ซึ่งเปิดอยู่ในซอยลาดพร้าว 101 ส่วนพื้นที่ สน.โชคชัย มีบ่อนการพนันเปิดอยู่ในอาคารพาณิชย์เก่า 2 คูหา ติดกระจกสีดำทึบอยู่ด้านหน้าเป็นห้องกระจก อยู่เยื้องกับสถานบริการอาบอบนวดแห่งหนึ่ง ในตลาดสดโชคชัย 4, อีกที่ตั้งอยู่ที่ด้านบนอาคารสำนักงาน ตลาดสดสะพาน 2 (ตลาดจันผัน), โต๊ะสนุกเกอร์ IQ และบ่อนการพนันขนาดใหญ่ ที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เคยออกมาแฉกลางที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งตั้งอยู่ติดกับปั๊มน้ำมันปิโตรนาส ระหว่างซอยโชคชัย 4 ซอย 55-60 ก็ยังเปิดให้บริการอยู่ และตลาดนัดปาเป้าปาโป่ง ใกล้เคียงสี่แยกวังหิน-ลาดปลาเค้า มีการลักลอบเล่นการพนันแอบแฝงด้วยเช่นกัน
ท้องที่ สน.คันนายาว มีตู้การพนันไฟฟ้าตั้งอยู่หลายเครื่อง ภายในโต๊ะสนุกเกอร์ “ชูชีพ” ภายในซอยนวมินทร์ 74

จับตู้ลูกแก้วใช้เล่นพนันกลางห้างย่านงามวงศ์วาน

11

ตำรวจ ปอศ.จับกุมตู้ลูกแก้ว กลางห้างดังย่านงามวงศ์วาน หลังพบเข้าข่ายเป็นการเล่นการพนันด้วยเครื่องจักรกลไฟฟ้า

ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (ปอศ.) นำกำลังเข้าจับกุมร้านเกมในห้างแกรนด์พลาซ่า ถ.งามวงศ์วาน หลังรับแจ้งว่ามีการลักลอบเล่นพนันเครื่องจักรกลไฟฟ้า หรือตู้ลูกแก้ว จากการตรวจค้นร้านแกรนด์มาริโอ ชั้น 2 พบหลังร้านมีตู้ลูกแก้ว จำนวน 10 ตู้ นอกจากนี้ ยังขยายผลตรวจค้นร้านโทเคน ชั้น 1 พบตู้ลูกแก้วอีก 8 ตู้

พ.ต.อ.ธเนษฐ สุนทรสุข รองผู้บังคับการ ปอศ. กล่าวว่า ตู้ลูกแก้วเข้าข่ายเป็นเครื่องจักรกลไฟฟ้า พนันเอาทรัพย์สินกัน และพบกำลังแพร่ระบาดในหมู่เยาวชน มักแอบวางไว้หลังร้านเกมตามห้างสรรพสินค้าแทนตู้ม้า เบื้องต้นตำรวจควบคุมตัวเจ้าของร้านส่งดำเนินคดี ข้อหาจัดให้มีการเล่นพนันด้วยเครื่องจักรกลไฟฟ้า พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต

“ฉลามชล” เสริมคมคว้าตัว “อดิศักดิ์ ศรีกำปัง” ร่วมทัพ

5

“ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี สโมสรในศึกไทยลีก เปิดตัว อดิศักดิ์ ศรีกำปัง กองหน้ารายใหม่จาก อุบล ยูเอมที ยูไนเต็ด มาเสริมทัพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร้อมสวมเสื้อหมายเลข 40

ดาวยิงวัย 31 ปี เคยเกือบได้ย้ายมาร่วมทัพ “ฉลามชล” ครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อปี 2010 หลังเคยเข้ามาทดสอบฝีเท้ากับทีม ในช่วงปิดฤดูกาล ก่อนจะตัดสินใจเซ็นสัญญา ร่วมทีม ปตท.ระยอง ในท้ายที่สุด

อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสร ชลบุรี เอฟซี ออกมาเปิดเผยความเคลื่อนไหว การเสริมทีม สู้ศึก ในฤดูกาล 2017 ผ่านทีมข่าว chonburifootballclub.com หลังคว้า อดิศักดิ์ ศรีกำปัง มาร่วมทีม

“อดิศักดิ์ เป็นผู้เล่นที่อยู่ในความสนใจ ของ ชลบุรี มาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยที่เค้าลงเล่นในศึก ดิวิชั่น 2 กับ ระยอง เอฟซี ร่วมกับ น้องชาย ก็คือ ศิลา ศรีกำปัง เขาเป็นนักเตะไทย ที่ชื่อเสียงอาจจะไม่โดดเด่น เท่ากับฝีเท้าของเขาในสนาม ด้วยบุคคลิก ที่อาจจะเป็นคนเงียบเรียบง่ายด้วย ก็เลยทำให้ไม่ค่อยมีข่าวหวือหวาสักเท่าไหร่ แต่เรื่องของคุณภาพ และ ฝีเท้า ที่ผ่านมา เขาพิสูจน์ตัวเองในเวทีลีกสูงสุดของไทย มาแล้ว”

“การเข้ามา ของ อดิศักดิ์ ในครั้งนี้ ผมเชื่อว่าประสบการณ์ที่ผ่านมา ของ เขา กับ ปตท.ระยอง, ราชบุรี หรือ อุบลฯ ในฐานะผู้เล่นไทย เขาจะเป็นขุมกำลังหลักในเกมรุกที่ยอดเยี่ยม ของทีม ในปีนี้อย่างแน่นอน และ ก็จะมีโอกาสลงประเดิมสนาม ในศึกฟุตบอล “ช้าง ชลบุรี อินวิเตชั่น 2017” วันที่ 20 และ 22 ม.ค.นี้ ด้วย”

สำหรับ อดิศักดิ์ ศรีกำปัง จะสวมเสื้อหมายเลข 40 ลงเล่นให้กับ ชลบุรี เอฟซี ในฤดูกาล 2017 นี้ โดยผลงานการ ลงเล่นให้กับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ในเลกที่ 2 หลังย้ายจาก ราชบุรี มิตรผลเอฟซี ถือว่าเป็นนักเตะที่มีส่วนสำคัญ พาทีมเลื่อนชั้น สู่ ไทยลีก ได้สำเร็จ พร้อมยิงไปทั้งสิ้น 6 ประตู

เข้าใจมั้ย! “ตำนานหงส์” เตือน “แฟนผี” อย่าลืม “รูนี่ย์” ก็เป็นสเกาเซอร์

4

จอห์น อัลดริดจ์ ตำนานดาวเตะลิเวอร์พูล ออกมาเตือนสติบรรดาสาวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่า อย่าลืมว่าเวย์น รูนี่ย์ ยอดดาวยิงของพวกเขานั้นเป็นชาวสเกาเซอร์ เกิดที่เมืองลิเวอร์พูล

โดยรูนี่ย์นั้นเพิ่งทำสถิติดาวยิงสูงสุดของทัพปีศาจแดงแซงหน้าเซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ได้ แต่อัลดริดจ์ชี้ว่าไม่ควรเอามาล้อเลียนแฟนหงส์ เพราะรูนี่ย์ก็เกิดในย่านท็อกซ์เทธ เมืองลิเวอร์พูลเช่นกัน

“ผมอยากจะขอแสดงความยินดีอันยิ่งใหญ่จากหัวใจ ต่อสุดยอดดาวยิงสูงสุดของปีศาจแดงที่เป็นชาวสเกาเซอร์อย่าง เวย์น รูนี่ย์”

“แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชอบที่จะร้องเพลงที่พวกเขาทำได้เกี่ยวกับผู้คนที่มาจากเมืองนี้ ดังนั้นบางทีพวกเขาควรตระหนักว่าดาวยิงสูงสุดที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขานั้นมาจากเมืองลิเวอร์พูล”

น้ำบางสะพานซัดแรง “รางรถไฟโค้งงอ” กว่า 1 กม. จนท.เร่งซ่อม

3

จากการที่บนโลกออนไลน์แพร่ภาพ “รางรถไฟ” ถูกน้ำซัดจนงอเสียหายที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น ทางผู้ว่าการรถไฟฯ ยืนยันว่า รางรถไฟดังกล่าวถูกน้ำซัดจนโค้งงอจริง

ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก “บ้านรูป บางสะพาน” ได้โพสต์ภาพดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “ทางรถไฟสายใต้ขณะนี้ ช่วงตลาดบางสะพาน-แยกวัดเขาถ้ำม้าร้อง เสียหายประมาณ 1 กิโลเมตร … ดูแต่ของเมืองนอก มาดูของบ้านเราบ้างครับ” โดยจากภาพแสดงให้เห็นรางรถไฟมีลักษณะโค้งงอ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจไม่ใช่ภาพจริง

ทางทีมข่าวสปริงนิวส์ จึงได้สอบถามไปยัง นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. โดยยอมรับว่า รางรถไฟโค้งงอดังกล่าวเป็นภาพจริง ซึ่งสาเหตุที่สะพานโค้งงอ เกิดจากถูกน้ำพัดอย่างรุนแรง กัดเซาะดินที่อยู่ใต้รางรถไฟ จึงทำให้สะพานโค้งงอเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร โดยจะเร่งเปลี่ยนรางรถไฟตรงช่วงที่เสียหายให้เร็วที่สุด

ขณะที่ นายกิตติกรณ์ เทพอยู่อำนวย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ทางรถไฟ ช่วงตลาดบางสะพาน-แยกวัดเขาถ้ำม้าร้อง ที่โค้งงอดังกล่าว ถูกน้ำซัดจนเสียหาย ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซม โดยยังไม่มีกำหนดเปิด

พระเจ้าอยู่หัว ร.10 เสด็จพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร

4

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สตมวารพระบรมศพ

เมื่อเวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยัง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงประกอบพิธีพระราชกุศลสตมวาร(100 วัน) พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ใน พระบรมมหาราชวัง ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เฝ้ารอรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

โดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พร้อมด้วย องคมนตรี และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้ารอรับเสด็จฯกันอย่างพร้อมเพรียง

เมื่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินเข้ามาด้านในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และ วางพวงมาลาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อจบแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และเครื่องราชสักการะ ที่หน้าพระโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถวายบังคม แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูป ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร เสด็จพระราชดำเนินประทับพระราชอาสน์ พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมจบแล้ว จากนั้นพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ แสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง”คำติ”

เมื่อพระธรรมเทศนา จบลง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับ ปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุ โมทนา จากนั้นทรงพระดำเนินไปทรงกราบที่เครื่องทองน้อยหน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงกราบที่หน้า เครื่องนมัสการ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ