บิ๊กไบค์ซิ่ง พุ่งชนหนุ่มรัสเซียขณะข้ามถนนเสียชีวิตคาที่

3

เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 8 ก.พ. 60 ร.ต.ท.ปฐมพงษ์ กรัณฑ์พิสุทธิ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุ จยย.ชนคนเดินข้ามถนน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าปากซอย 8 พัทยาสายสอง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบประชาชนจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์ ตรวจสอบพบร่างผู้บาดเจ็บรายแรกกระเด็นเข้าไปเสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถสองแถวพัทยา เป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติรัสเซีย อายุ 25 ปี อีกรายเป็นนักท่องเที่ยวไม่ทราบสัญชาติที่แท้จริงได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน ถัดไปประมาณ 200 เมตร พบรถจยย.บิ๊กไบค์ ยี่ห้อดูคาติ สีแดง หมายเลขทะเบียน 3 กต 5758 กทม. ชนเข้ากับด้านท้ายรถยนต์ยี่ห้อ นิสสัน จู๊ค สีแดงหมายเลขทะเบียน 2 กต 5566 กทม. ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังพบร่างผู้บาดเจ็บอีก 1 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล

สอบถามนายสมหมาย อายุ 36 ปี รปภ.ของโรงแรมซีซ่าพลาเลส เล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนยืนคุยทักทายกับผู้ตายพร้อมเพื่อนๆ โดยกลุ่มผู้ตายจะไปเดินเล่นชายทะเล แต่ผู้เคราะห์ร้ายตัดสินใจข้ามถนนไปก่อน ระหว่างนั้นได้มีจยย.บิ๊กไบค์ซ้อนสองวิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนร่างของเหยื่ออย่างจังจนกระเด็นเข้าไปเสียชีวิตอยู่ใต้ท้องรถสองแถว ส่วนรถจยย.บิ๊กไบค์เสียหลักพุ่งไปชนกับท้ายรถที่จอดอยู่ข้างทาง คนขับร่างกระเด็นกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนซ้อนท้ายตกลงอยู่กลางถนน หลังเกิดเหตุจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือดังกล่าว

เปิดตัวรักต่างวัย 17 ปี โจอี้ บอย คบกวาง เดอะเฟซ

2

เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกคู่ สำหรับคู่รักต่างวัย เจ้าพ่อแร็พ โจอี้ บอย กับสาวสวย กวาง The Face 2 หรือกวาง วรรณปิยะ ที่ล่าสุดฝ่ายชายได้ออกมา เปิดใจว่ากำลังตามจีบ และคบหาดูใจอยู่กับกวาง และรักครั้งล่าสุดนี้ผู้ใหญ่ก็ไฟเขียว โจอี้ เข้าพบพ่อแม่ฝ่ายหญิงแล้วด้วย

และถึงจะเป็นรักต่างวัย เพราะฝ่ายชายตอนนี้อายุ 42 ปี ส่วนทางกวางนั้น อายุเพียงแค่ 25 ปี นอกจากนิสัยที่ทั้งคู่น่าจะคลิกกันแล้ว ฝ่ายกวางก็ดูจะตรงสเปกของโจอี้ บอย ไม่น้อย เพราะเป็นสาวสวยเซ็กซี่ ไม่แพ้ดีกรีแฟนเก่าหลายคนที่โจอี้ บอย เคยคบหาดูใจมาก่อน

ซึ่งก่อนหน้านี้ที่มีคนภาพจับผิดว่าโจอี้ บอย ไป เที่ยวญี่ปุ่นกับกวาง และยังไม่มีรูปคู่ออกมาในโซเชียล แต่ตอนนี้เปิดตัวแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานคงได้เห็นรูปคู่หวานๆ ของโจอี้ บอยและกวาง แน่นอน

อ๋อม-อานัส ชี้แจงสื่อ ไม่รู้จัก “ไซซะนะ” ยืนยันรูปถ่ายแค่ไปทำงาน

อ๋อม-อานัส ชี้แจงสื่อ ไม่รู้จัก "ไซซะนะ" ยืนยันรูปถ่ายแค่ไปทำงาน

อานัส: “ผมแคร์ความรู้สึกของที่บ้าน และคนรอบๆข้าง ถามว่าตัวเองตกใจไหม ก็ไม่ได้ตกใจ ก็แค่เป็นการถ่ายรูปทำงานปกติเวลามีคนมาขอถ่ายรูป ก็ถ่ายรูปไปธรรมดา”

กลัวว่าตำรวจจะเรียกไปชี้แจงจอข้อมูลเพิ่มเติมไหม ?
อานัส: “ถ้าเรียกจริงๆ ป่านนี้คงได้ไปแล้วครับ เพราะว่าเขาคงไปตรวจสอบหมดแล้ว”
อ๋อม: “เรายินดีให้ความร่วมมืออยู่แล้วครับ”

ตอนแรกตำรวจจะเรียกสอบปากคำกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เราทราบข่าวนี้ไหม ?
อ๋อม: “ผมก็ทราบจากข่าวเหมือนกัน แต่ถ้าตำรวจจะเรียกจริงๆผมก็ยินดี แต่ว่าณ ตอนนี้ตำรวจยังไม่เรียกครับ”

คุยกับผู้ใหญ่ทางช่องว่ายังไงบ้าง ?
อ๋อม: “สำหรับผมได้คุยเรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้มีอะไร อย่างที่บอกไปเราไม่ได้มีอะไร เราบริสุทธิ์ใจจริงๆ ครับ”

หลังจากนี้จะระวังคนที่มาขอถ่ายรูปไหม ?
อ๋อม: “ไม่หรอกครับก็คงถ่ายเหมือนเดิม ใครมาขอถ่ายก็ให้ถ่ายหมด”

จะเช็คงานผู้ว่าจ้างไหมว่ามีรายละเอียดยังไงบ้าง ?
อ๋อม: “ผมว่ามันไม่สามารถเช็คได้อยู่แล้ว เราเป็นผู้ถูกจ้าง มีผู้ว่าจ้างให้เราไปเราก็ไป ใครขอถ่ายรูปเราก็ให้ถ่ายตามปกติ”

เคลียร์ว่าไม่รู้จักไม่สนิทสนมกัน ?
อานัส: “ก็บอกว่ารู้จัก แต่ว่ารู้จักกันในการทำงาน เดี๋ยวจะไปเขียนกันผิดอีก”
อ๋อม: “เดี๋ยวจะงงอีกเพราะว่าข่าวค่อนข้างจะคลาดเคลื่อน ด้วยความที่เราสองคนพูดคนละอย่างกัน แต่ว่าวันนี้เราสองคนยืนยันชัดเจนตรงกัน ณ ตรงนี้เลยว่าไม่อยากให้เข้าใจผิดกัน”

ก็ไม่อยากให้แฟนๆ ละครเข้าใจผิดใช่ไหม ?
อานัส: “ใช่ครับ”

จะมีรูปดาราคนอื่นที่ถ่ายกับเขาออกมาอีกไหม ?
อ๋อม: “อันนี้ผมไม่ทราบครับ แต่ที่ผมไปกันก็มีนักแสดงหลายคนอยู่ แล้วเราก็ถ่ายรูปร่วมเฟรมกันคือมีเราสองคน แต่คนอื่นถ่ายหรือเปล่าเราไม่รู้จริงๆ”

อยากบอกอะไรกับแฟนคลับที่เห็นภาพครั้งแรกแล้วก็เข้าใจผิดไปแล้ว ?
อ๋อม: “สำหรับคนที่เข้าใจผิดไปแล้วนะครับ ก็อยากจะขอยืนยันเลยว่าผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสองคนนะครับ ก็อยากจะให้ติดตามข่าวสารกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนนะครับ อย่างเพิ่งไปเสพข่าวกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ฟังเราสองคนพูดแล้วก็ดูทุกอย่างประกอบด้วยครับ”
อานัส: “ก็เหมือนกับอ๋อมครับ อยากยืนยันแน่นอนว่าเราสองคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรที่ไม่ดีทั้งสิ้นครับ แล้วก็พร้อมให้ทุกฝ่ายเข้ามาตรวจสอบได้ครับ”

ถ้าทางตำรวจขอความร่วมมือมาเราก็พร้อมจะให้ความร่วมมือใช่ไหม ?
อ๋อม: “ยินดีครับ”
อานัส: “ยินดีครับ”

ตามเจอแล้ว โดรน 1 ล้านสำรวจน้ำท่วมใต้ หลังออกหาเป็นวัน

6

โดรนสำรวจน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ มูลค่า 1 ล้านของกรมชลประทาน สามารถติดตามเจอแล้ว หลังออกประกาศตามหาในโซเชียล พบลอยอยู่ในสวนปาล์ม

(21 ม.ค.) จากกรณีที่สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน ได้ออกประกาศตามหา อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก (UAV) ที่ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัย บริเวณ ต.ท่าโรงช้าง ต.เขาหัวควาย และ ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อถ่ายภาพแผนที่น้ำท่วม แต่ปรากฏว่าได้หายสาบสูญไป ทำให้ออกตามหากันในพื้นที่ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีสำคัญและมูลค่าสูงถึง 1 ล้านบาท

ภายหลังจากที่ข่าวการตามหาอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก ถูกเผยแพร่ไปในโลกโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่าล่าสุดได้ค้นพบเจอแล้ว ตามเบาะแสที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้แจ้งเข้ามา ประกอบกับแกะรอยตามเครื่องตรวจจับสัญญาณของอากาศยานไร้คนขับ ทำให้พบว่าลอยน้ำอยู่ภายในร่องน้ำสวนปาล์ม ใกล้กับแนวส่งสายไฟฟ้าแรงสูง พื้นที่ หมู่ 2 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน

ทั้งนี้ ทางกรมชลประมาทได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธา สุราษฎร์ธานี ที่อนุเคราะห์ให้ความช่วยเหลือ และขอบคุณโลกโซเชียลมีเดียที่ช่วยเผยแพร่และแชร์ข้อมูลส่งต่อจนนำมาสู่การค้นพบเทคโนโลยีสำคัญของกรม โดยใช้เวลาติดตามค้นหาราวๆ 8 ชั่วโมง

นศ.หนุ่มตกใจ เจอหมายเรียกโกงสอบนายสิบ ทั้งที่สอบตก

5

หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง รู้สึกตกใจหลังได้รับหมายเรียกเข้าให้ปากคำ กรณีการทุจริตสอบนายสิบ ทั้งที่สอบไม่ผ่าน ยันไม่เกี่ยวข้องใดๆ แต่ก็พร้อมจะไปให้ปากคำ

(21 ม.ค.) นายเกม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นชาว จ.มหาสารคาม ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังได้รับหมายเรียกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ให้เข้าพบเพื่อให้ถ้อยคำ

จากกรณีตกเป็นผู้ต้องสงสัยในขบวนการทุจริตสอบนายสิบที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จากการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ จำนวน 1,000 อัตราที่มีการจัดสอบไปเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา กระทั่งได้ตรวจพบการกระทุจริตในภายหลัง

นายเกม เปิดเผยว่า ทันทีที่ได้รับหมายเรียกทั้งตัวเองและครอบครัวก็รู้สึกตกใจและวิตกกังวลมาก เพราะในชีวิตไม่เคยกระทำผิดและไม่เคยได้รับหมายเรียกเลย แต่ยอมรับว่าตนเองได้สมัครเข้าสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจจริง โดยเข้าสอบที่สนามสอบบางนา แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบอย่างแน่นอน

สำหรับที่ถูกออกหมายเรียกในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการสุ่มเรียกตามหมายเลขผู้เข้าสอบ ซึ่งเลขที่นั่งสอบของตนเองอาจจะอยู่ใกล้กับกลุ่มที่มีการลอกข้อสอบหรือทุจริตสอบ ตนเองก็พร้อมที่จะเดินทางไปให้ถ้อยคำตามหมายเรียกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์

แต่สิ่งที่กังวลในตอนนี้ คือนอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางไปให้ถ้อยคำแล้ว ยังกลัวว่าการถูกออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่ออนาคตทำให้ตนเองเสียสิทธิ์ในการสมัครสอบครั้งต่อไปหรือไม่ จึงอยากวอนขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

นายเกม ยังกล่าวด้วยว่า เหตุผลที่สมัครเข้าสอบคัดเลือกนักเรียนนายสิบตำรวจครั้งนี้ เพราะเป็นความใฝ่ฝันของตนเองและครอบครัวที่อยากจะให้เข้ารับราชการตำรวจ เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ประกอบกับครอบครัวมีฐานะยากจนพ่อแม่มีอาชีพค้าขายปลาทู หากลูกได้มีโอกาสเข้ารับราชการก็น่าจะมีฐานะที่มั่นคงมากขึ้น พ่อแม่จึงตัดสินใจนำเงินเก็บที่ได้จากการขายปลาทูจ่ายค่าโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม จำนวน 30,000 บาท เพื่อติวเข้มทักษะความรู้ความสามารถเหมือนกับการสอบบรรจุทั่วไป

กระทั่งถึงวันสอบก็เดินทางไปสอบตามปกติ ที่สำคัญเมื่อประกาศผลสอบแล้วตนเองก็ไม่ผ่านการสอบครั้งนี้ ทั้งตามกระแสว่ามีการเรียกเงินรายละ 300,000-500,000 บาท ครอบครัวคงไม่มีปัญญาจ่ายเงินมากขนาดนั้นได้ แต่ก็ไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุอะไรจึงมีชื่อถูกออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องสงสัยให้เข้าให้ถ้อยคำ

เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจตนก็พร้อมจะเดินทางไปให้ถ้อย แต่ต้องรอหมายเรียกครั้งที่สอง เนื่องจากหมายเรียกครั้งแรก เพิ่งส่งมาถึงบ้านเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา แต่ในหมายระบุให้เข้าให้ถ้อยคำวันที่ 4 มกราคม 2560 ซึ่งเลยกำหนดไปแล้ว ซึ่งหากได้รับหมายอีกก็จะเดินทางไปตามหมายทันที

น้ำบางสะพานซัดแรง “รางรถไฟโค้งงอ” กว่า 1 กม. จนท.เร่งซ่อม

3

จากการที่บนโลกออนไลน์แพร่ภาพ “รางรถไฟ” ถูกน้ำซัดจนงอเสียหายที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น ทางผู้ว่าการรถไฟฯ ยืนยันว่า รางรถไฟดังกล่าวถูกน้ำซัดจนโค้งงอจริง

ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก “บ้านรูป บางสะพาน” ได้โพสต์ภาพดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “ทางรถไฟสายใต้ขณะนี้ ช่วงตลาดบางสะพาน-แยกวัดเขาถ้ำม้าร้อง เสียหายประมาณ 1 กิโลเมตร … ดูแต่ของเมืองนอก มาดูของบ้านเราบ้างครับ” โดยจากภาพแสดงให้เห็นรางรถไฟมีลักษณะโค้งงอ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจไม่ใช่ภาพจริง

ทางทีมข่าวสปริงนิวส์ จึงได้สอบถามไปยัง นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. โดยยอมรับว่า รางรถไฟโค้งงอดังกล่าวเป็นภาพจริง ซึ่งสาเหตุที่สะพานโค้งงอ เกิดจากถูกน้ำพัดอย่างรุนแรง กัดเซาะดินที่อยู่ใต้รางรถไฟ จึงทำให้สะพานโค้งงอเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร โดยจะเร่งเปลี่ยนรางรถไฟตรงช่วงที่เสียหายให้เร็วที่สุด

ขณะที่ นายกิตติกรณ์ เทพอยู่อำนวย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ทางรถไฟ ช่วงตลาดบางสะพาน-แยกวัดเขาถ้ำม้าร้อง ที่โค้งงอดังกล่าว ถูกน้ำซัดจนเสียหาย ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซม โดยยังไม่มีกำหนดเปิด

พระเจ้าอยู่หัว ร.10 เสด็จพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร

4

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สตมวารพระบรมศพ

เมื่อเวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยัง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงประกอบพิธีพระราชกุศลสตมวาร(100 วัน) พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ใน พระบรมมหาราชวัง ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เฝ้ารอรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

โดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พร้อมด้วย องคมนตรี และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้ารอรับเสด็จฯกันอย่างพร้อมเพรียง

เมื่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินเข้ามาด้านในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และ วางพวงมาลาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อจบแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และเครื่องราชสักการะ ที่หน้าพระโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถวายบังคม แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูป ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร เสด็จพระราชดำเนินประทับพระราชอาสน์ พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมจบแล้ว จากนั้นพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ แสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง”คำติ”

เมื่อพระธรรมเทศนา จบลง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับ ปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุ โมทนา จากนั้นทรงพระดำเนินไปทรงกราบที่เครื่องทองน้อยหน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงกราบที่หน้า เครื่องนมัสการ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

น้ำบางสะพานซัดแรง “รางรถไฟโค้งงอ” กว่า 1 กม. จนท.เร่งซ่อม

3

จากการที่บนโลกออนไลน์แพร่ภาพ “รางรถไฟ” ถูกน้ำซัดจนงอเสียหายที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น ทางผู้ว่าการรถไฟฯ ยืนยันว่า รางรถไฟดังกล่าวถูกน้ำซัดจนโค้งงอจริง

ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก “บ้านรูป บางสะพาน” ได้โพสต์ภาพดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “ทางรถไฟสายใต้ขณะนี้ ช่วงตลาดบางสะพาน-แยกวัดเขาถ้ำม้าร้อง เสียหายประมาณ 1 กิโลเมตร … ดูแต่ของเมืองนอก มาดูของบ้านเราบ้างครับ” โดยจากภาพแสดงให้เห็นรางรถไฟมีลักษณะโค้งงอ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจไม่ใช่ภาพจริง

ทางทีมข่าวสปริงนิวส์ จึงได้สอบถามไปยัง นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. โดยยอมรับว่า รางรถไฟโค้งงอดังกล่าวเป็นภาพจริง ซึ่งสาเหตุที่สะพานโค้งงอ เกิดจากถูกน้ำพัดอย่างรุนแรง กัดเซาะดินที่อยู่ใต้รางรถไฟ จึงทำให้สะพานโค้งงอเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร โดยจะเร่งเปลี่ยนรางรถไฟตรงช่วงที่เสียหายให้เร็วที่สุด

ขณะที่ นายกิตติกรณ์ เทพอยู่อำนวย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ทางรถไฟ ช่วงตลาดบางสะพาน-แยกวัดเขาถ้ำม้าร้อง ที่โค้งงอดังกล่าว ถูกน้ำซัดจนเสียหาย ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซม โดยยังไม่มีกำหนดเปิด

พัทลุงน้ำป่าหลากท่วมกำลังเพิ่มระดับ หลังฝนหนัก

2

จังหวัดพัทลุง น้ำป่าไหลหลากเพิ่มระดับหลังฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าพื้นที่ ต.พนมวังค์ ต.ตวนขนุน ต.ปันแต อ.ควนขนุน

ฝนที่ตกหนักในพื้นที่จังหวัดพัทลุงตลอดทั้งคืนจนถึงขณะนี้ล่าสุด เมื่อเวลา17.00 น. น้ำป่าที่ไหลหลากลงมาบวกกับน้ำฝนทำในพื้นที่เขตรักษาพันสัตว์ป่า อำเภอศรีบรรพต ได้ไหลหลากผ่านมาทางฝายท่าแนะ ท้องที่ตำบลเขาย่า อ.ศรีบรรพต ก่อนเอ่อล้นสปิลเวย์ แล้วไหลทะลักลงมาท่วมพื้นที่ด้านล่างท้ายฝาย ในพื้นที่ ม.9 ,10 ต.ชะมวง และกำลังหลากท่วมลงไปยังพื้นที่ ต.พนมวังค์ ต.ตวนขนุน ต.ปันแต อ.ควนขนุน

เจ้าหน้าที่รวมทั้งผู้นำท้องถิ่นเร่งเตือนประชาชนให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเป็นการด่วน เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นมาต่อเนื่องในขณะที่ถนนเส้นทางหลวงชนบท เส้นทางจากสีแยกโพธิ์ทอง อ.ควนขนุน ไปยัง อำเภอศรีบรรพต ระดับน้ำได้ไหลผ่านถนนเป็นทางยาวกว่า 500 เมตร โดยเพิ่มระดับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ ได้คอยแจ้งเตือนผู้ใช้เส้นทาง โดยเฉพาะรถเล็กให้งดใช้เส้นทางนี้ ซึ่งในจุดแยกโพธิ์คาดว่าระดับน้ำจะไหลหลากท่วมถนนสายเอเชีย ฝั่งขาขึ้นและขาล่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งนำป้ายแจ้งเตือนประชาชนอย่างเร่งด่วนในขณะนี้

ผู้ว่าฯ ปัตตานีเตือนน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี แจ้งว่า ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ทำให้มีปริมาณน้ำสะสม อาจมีน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากขึ้นได้ ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำปัตตานี จึงขอแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนบริเวณแม่น้ำสายบุรี อำเภอสายบุรี อำเภอกะพ้อ และชุมชนใกล้เคียงแม่น้ำสายบุรี ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในส่วนของประชาชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปัตตานี บริเวณตอนล่างเขื่อนปัตตานี เช่นเดียวกัน ในพื้นที่ลุ่มต่ำอำเภอยะรัง แม่ลาน หนองจิก และอำเภอเมืองปัตตานี ได้ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารของทางราชการอย่างใกล้ชิดระวังน้ำป่าไหลหลากและเก็บสิ่งของไว้ที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยได้ในทันที พร้อมให้สถานีวิทยุกระจายเสียงให้ประชาชนได้รับทราบด้วย

ด้าน ฉก.ทพ.41 พร้อมกำลังพล ร้อย.ทพ.4109 ร่วมกับ ผู้นำท้องถิ่น, ลูกจ้างโครงการสร้างงานและจ้างงานเร่งด่วน (4,500) ได้เข้าช่วยเหลือประชาชน และเคลื่อนย้ายสิ่งของจำเป็น ไปที่ปลอดภัย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในพื้นที่ ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา สำหรับประชาชนในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา หากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หรือประสบเหตุการณ์จากอุทกภัย หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกเวลา โทร. 080-8626930

สะเทือนขวัญ! รวบร่างทรงหื่น เจ้าสำนักปู่เสือ ลวงข่มขืนฆ่านักศึกษาสาว

เกิดคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าข่มขืน “น้องปูเป้” นศ.สาวหน้าตาดี เรียนชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยตำรวจ ได้ควบคุมตัวหนุ่มร่างทรงสุดหื่นแล้ว หลังก่อเหตุและทิ้งศพไว้บนคันนา อ.สองพี่น้อง

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 ม.ค. ร.ต.อ.สมเกียรติ ศรีสังวาล รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งจาก นางฝอยทอง อายุ 54 ปี ชาวบ้าน หมู่ 10 ต.ศรีสำราญ อ.สองพี่น้อง ว่าพบศพหญิงสาวนอนเสียชีวิตบนคันนาที่บ้านปากคอก หมู่ 9 ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณคันนาใต้ต้นไม้

พบศพหญิงสาวหน้าตาดี บนลำตัวมีถุงปุ๋ยปิด และเอาก้อนอิฐบล็อกวางทับอีกชั้นหนึ่ง ใส่เสื้อยืดกีฬาสีแดง ถูกถลกขึ้นมาเหนือราวนมจนเห็นเสื้อยกทรงสีชมพู ที่กระเป๋าเสื้อและด้านหลังเขียนว่า คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

ด้านหลังมีรอยถลอก นุ่งกางเกงยีนขายาว ซิปกางเกงรูดลงมา คาดเข็มขัดหนังสีดำตรามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ขาซ้ายงอพับไปทางด้านหลัง ขาขวาเหยียดตรงสภาพศพน้ำลายฟูมปาก ไม่มีบาดแผลโดนทำร้าย ข้างศพเจอขวดยาไม่ทราบชนิดวางอยู่คาดเสียชีวิตมาไม่เกิน 4 ชั่วโมง ต่อมาทราบชื่อคือ น้องปูเป้ น.ส.ธนาภา อายุ 21 ปี เป็นนศ.ปี 4 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

ต่อมาเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งคอก ได้เรียก นายกฤษดา อายุ 20 ปี ทำอาชีพร่างทรง และเป็นเจ้าของสำนักปู่เสือ มาสอบสวนหลังพบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุซึ่งมีภาพนายกฤษดา ขี่จักรยานยนต์พ่วงท้าย โดยมีวัตถุบางอย่างซุกซ่อนโดยมีกระสอบปุ๋ยปกคลุมไว้

ซึ่งจากการสอบสวนเครียดอยู่ประมาณ 5 ชั่วโมง นายกฤษดายอมรับว่า เป็นคนลงมือฆ่าน้องปูเป้ โดยรู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊กก่อนจะนัดเจอกันเพื่อทำพิธีครอบครู สะเดาะเคราะห์ปีชง โดยหลังจากทำพิธีเสร็จได้ขอฝ่ายหญิงมีเพศสัมพันธ์แต่น้องปูเป้ไม่ยินยอม จึงนำยาฆ่าหญ้าผสมน้ำให้ดื่ม โดยอ้างว่า เป็นยารักษาโรค 108 สูตรโบราณ

ผู้ตายหลงเชื่อจึงดื่มเข้าไปจากนั้นมีอาการเมายา อ่อนเพลียหมดแรงต่อสู้ ตนจึงจับถอดเสื้อผ้าและลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ บริเวณหน้าแท่นพิธีครอบครู ต่อมาฝ่ายหญิงก็นอนชัก น้ำลายฟูมปากและเสียชีวิต ตนจึงนำศพใส่เสื้อผ้าลากลงมาใส่รถแล้วนำศพไปทิ้งดังกล่าว