รวบตัวพ่อค้ายาบ้าจัดปาร์ตี้เสพ เอาใจเมียสาววัย 19 ปี

5

(7 ก.พ.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี มีการแถลงข่าวจับกุมตัว นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง อายุ 38 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,820 เม็ด พ.ต.ท.สุรชิต ฤทธิ์ลี รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้สืบทราบว่าที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยสุวรรณ ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี มีการมั่วสุมเสพยาบ้ากัน

ตำรวจได้นำกำลังไปทำการตรวจสอบพบชายหญิง ทั้งหมด 6 คน รวมถึงนายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง และแฟนสาว คือ น.ส.มิ้ว อายุ 19 ปี กำลังเสพยาบ้ากันอยู่ด้วย จึงได้ทำการจับกุม ซึ่งพบยาบ้าจำนวน 20 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกใต้ที่นอน โดย นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง ยอมรับว่าเป็นของตนเอง

จากนั้นตำรวจได้นำตัว นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง ไปทำการขยายผลตรวจยึดยาบ้า ที่ซุกซ่อนไว้ใต้โต๊ะม้าหินอ่อน หน้าบ้านพัก ใน ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จำนวน 1,000 เม็ด และในห้องนอนอีก 1,800 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 2,820 เม็ด ก่อนนำตัวทั้งหมดพร้อมของกลางมาโรงพัก

จากการสอบสวน นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง ให้การว่า ตนพึ่งโทษออกมาในคดียาบ้า เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา โดยติดคุกอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี 2 ปี 6 เดือน พอออกจากคุกก็ได้กลับมาค้ายาบ้าอีก โดยไปรับยาบ้าจากผู้หญิงชื่อว่านาง ครั้งละ 1-2 มัด หรือ ยาบ้า 2,000-4,000 เม็ด ในราคามัดละ 190,000 บาท โดยไปเอายาบ้ามาขายก่อนจ่ายเงินที่หลัง

ซึ่งตนจะไปรับยาบ้าตามหลักกิโลเมตร ที่เขาบอก ใน อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ แล้วตนนำไปในเครือข่ายไปจำหน่าย ในพื้นที่ จ.สกลนคร และ จ.อุดรธานี ในราคาเม็ดละ150 บาท ให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ทำมาแล้ว 3 ครั้ง

ต่อมาแม่ของ น.ส.มิ้ว ที่อยู่ จ.สกลนคร ได้มาเอายาบ้ากับตนไป แต่ไม่เงินจ่ายค่ายาบ้าให้เป็นเงิน 40,000 บาท จึงได้ยกลูกสาวให้ คือ น.ส.มิ้ว เป็นเมีย โดยได้อยู่กินด้วยกันประมาณเกือบ 1 เดือน แต่ น.ส.มิ้ว ได้หนีจากตนมาบ่นว่าตนแก่

ตนมารู้ว่าเช่าบ้านพักอยู่กับเพื่อน จึงได้มาหาเพื่อพากลับบ้านจะได้อยู่กินด้วยกัน ซึ่งตนนำยาบ้ามาให้ด้วย ต้องการเอาใจเมียรัก จึงได้จัดปาร์ตี้เสพยาบ้า ให้เมียเสพพร้อมกับเพื่อน แต่ก็มาถูกตำรวจสืบรู้จับกุมเอาไว้ได้ในที่สุด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง มียาเสพติดประเภท 1 หรือ ยาบ้า มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมายนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนวัยรุ่นชายหญิง ทั้ง 5 คน ได้ทำการตรวจปัสสาวะปรากฏว่า เป็นสีม่วง โดยได้สมัครใจไปให้การบำบัดฟื้นฟู เพื่อให้เลิกยาเสพติดตามนโยบายของคสช. ดังกล่าว

สั่งเด้ง “ดาบตำรวจ” รีดเงินรถขนฟักทอง

4

ผู้การฯ ทางหลวง สั่งช่วยราชการ ดาบตำรวจเรียกตรวจรถฟักทอง พฤติกรรมไม่เหมาะสม พร้อมเรียกผู้เกี่ยวข้องสอบ ฟันผิดไม่ละเว้น

พลตำรวจตรี สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวถึงกรณีที่โซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่คลิป ตำรวจเรียกตรวจรถบรรทุกฟักทองและมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ว่า จากการตรวจสอบพบเป็น นายดาบตำรวจ สังกัดสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จึงได้มีคำสั่ง ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการของกองบังคับการตำรวจทางหลวงเป็นเวลา 15 วันเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวด้วยว่า กรณีนี้ ถือว่ามีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่สมควรจริง แต่การตรวจสอบต้องแยกเป็น 2 กรณี คือ ทางวินัยและทางอาญา จะมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ ผู้โพสต์คลิป ผู้ปรากฎในภาพมาสอบเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากต้องให้โอกาสทุกฝ่ายในการชี้แจง โดยหากตรวจสอบพบเป็นการเรียกรับสินบนฝ่ายเดียวก็จะดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ โดยไม่ละเว้น

นอกจากนี้ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ยังได้ฝากถึง ผู้ขับขี่ว่า การเรียกตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการปฎิบัติงานตามปกติ เพื่อป้องกันปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้น หากกระทำผิดกฎจราจร ขอให้รับใบสั่งเพื่อเสียค่าปรับตามขั้นตอน เนื่องจากหากมีการให้สินบนจะถือว่าผู้ขับขี่ก็มีความผิดไปด้วยไม่สามารถละเว้นความผิดได้ จึงอยากให้ผู้ขับขี่ที่พบพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ในลักษณะเรียกรับเงินให้ปฎิเสธทันที หรือบันทึกคลิปวิดีโอไว้ได้ แต่ให้ร้องเรียนมาที่กองบังคับการตำรวจทางหลวงตามขั้นตอน

บิ๊กไบค์ซิ่ง พุ่งชนหนุ่มรัสเซียขณะข้ามถนนเสียชีวิตคาที่

3

เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 8 ก.พ. 60 ร.ต.ท.ปฐมพงษ์ กรัณฑ์พิสุทธิ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุ จยย.ชนคนเดินข้ามถนน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าปากซอย 8 พัทยาสายสอง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบประชาชนจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์ ตรวจสอบพบร่างผู้บาดเจ็บรายแรกกระเด็นเข้าไปเสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถสองแถวพัทยา เป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติรัสเซีย อายุ 25 ปี อีกรายเป็นนักท่องเที่ยวไม่ทราบสัญชาติที่แท้จริงได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน ถัดไปประมาณ 200 เมตร พบรถจยย.บิ๊กไบค์ ยี่ห้อดูคาติ สีแดง หมายเลขทะเบียน 3 กต 5758 กทม. ชนเข้ากับด้านท้ายรถยนต์ยี่ห้อ นิสสัน จู๊ค สีแดงหมายเลขทะเบียน 2 กต 5566 กทม. ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังพบร่างผู้บาดเจ็บอีก 1 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล

สอบถามนายสมหมาย อายุ 36 ปี รปภ.ของโรงแรมซีซ่าพลาเลส เล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนยืนคุยทักทายกับผู้ตายพร้อมเพื่อนๆ โดยกลุ่มผู้ตายจะไปเดินเล่นชายทะเล แต่ผู้เคราะห์ร้ายตัดสินใจข้ามถนนไปก่อน ระหว่างนั้นได้มีจยย.บิ๊กไบค์ซ้อนสองวิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนร่างของเหยื่ออย่างจังจนกระเด็นเข้าไปเสียชีวิตอยู่ใต้ท้องรถสองแถว ส่วนรถจยย.บิ๊กไบค์เสียหลักพุ่งไปชนกับท้ายรถที่จอดอยู่ข้างทาง คนขับร่างกระเด็นกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนซ้อนท้ายตกลงอยู่กลางถนน หลังเกิดเหตุจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือดังกล่าว

เปิดตัวรักต่างวัย 17 ปี โจอี้ บอย คบกวาง เดอะเฟซ

2

เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกคู่ สำหรับคู่รักต่างวัย เจ้าพ่อแร็พ โจอี้ บอย กับสาวสวย กวาง The Face 2 หรือกวาง วรรณปิยะ ที่ล่าสุดฝ่ายชายได้ออกมา เปิดใจว่ากำลังตามจีบ และคบหาดูใจอยู่กับกวาง และรักครั้งล่าสุดนี้ผู้ใหญ่ก็ไฟเขียว โจอี้ เข้าพบพ่อแม่ฝ่ายหญิงแล้วด้วย

และถึงจะเป็นรักต่างวัย เพราะฝ่ายชายตอนนี้อายุ 42 ปี ส่วนทางกวางนั้น อายุเพียงแค่ 25 ปี นอกจากนิสัยที่ทั้งคู่น่าจะคลิกกันแล้ว ฝ่ายกวางก็ดูจะตรงสเปกของโจอี้ บอย ไม่น้อย เพราะเป็นสาวสวยเซ็กซี่ ไม่แพ้ดีกรีแฟนเก่าหลายคนที่โจอี้ บอย เคยคบหาดูใจมาก่อน

ซึ่งก่อนหน้านี้ที่มีคนภาพจับผิดว่าโจอี้ บอย ไป เที่ยวญี่ปุ่นกับกวาง และยังไม่มีรูปคู่ออกมาในโซเชียล แต่ตอนนี้เปิดตัวแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานคงได้เห็นรูปคู่หวานๆ ของโจอี้ บอยและกวาง แน่นอน

อ๋อม-อานัส ชี้แจงสื่อ ไม่รู้จัก “ไซซะนะ” ยืนยันรูปถ่ายแค่ไปทำงาน

อ๋อม-อานัส ชี้แจงสื่อ ไม่รู้จัก "ไซซะนะ" ยืนยันรูปถ่ายแค่ไปทำงาน

อานัส: “ผมแคร์ความรู้สึกของที่บ้าน และคนรอบๆข้าง ถามว่าตัวเองตกใจไหม ก็ไม่ได้ตกใจ ก็แค่เป็นการถ่ายรูปทำงานปกติเวลามีคนมาขอถ่ายรูป ก็ถ่ายรูปไปธรรมดา”

กลัวว่าตำรวจจะเรียกไปชี้แจงจอข้อมูลเพิ่มเติมไหม ?
อานัส: “ถ้าเรียกจริงๆ ป่านนี้คงได้ไปแล้วครับ เพราะว่าเขาคงไปตรวจสอบหมดแล้ว”
อ๋อม: “เรายินดีให้ความร่วมมืออยู่แล้วครับ”

ตอนแรกตำรวจจะเรียกสอบปากคำกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เราทราบข่าวนี้ไหม ?
อ๋อม: “ผมก็ทราบจากข่าวเหมือนกัน แต่ถ้าตำรวจจะเรียกจริงๆผมก็ยินดี แต่ว่าณ ตอนนี้ตำรวจยังไม่เรียกครับ”

คุยกับผู้ใหญ่ทางช่องว่ายังไงบ้าง ?
อ๋อม: “สำหรับผมได้คุยเรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้มีอะไร อย่างที่บอกไปเราไม่ได้มีอะไร เราบริสุทธิ์ใจจริงๆ ครับ”

หลังจากนี้จะระวังคนที่มาขอถ่ายรูปไหม ?
อ๋อม: “ไม่หรอกครับก็คงถ่ายเหมือนเดิม ใครมาขอถ่ายก็ให้ถ่ายหมด”

จะเช็คงานผู้ว่าจ้างไหมว่ามีรายละเอียดยังไงบ้าง ?
อ๋อม: “ผมว่ามันไม่สามารถเช็คได้อยู่แล้ว เราเป็นผู้ถูกจ้าง มีผู้ว่าจ้างให้เราไปเราก็ไป ใครขอถ่ายรูปเราก็ให้ถ่ายตามปกติ”

เคลียร์ว่าไม่รู้จักไม่สนิทสนมกัน ?
อานัส: “ก็บอกว่ารู้จัก แต่ว่ารู้จักกันในการทำงาน เดี๋ยวจะไปเขียนกันผิดอีก”
อ๋อม: “เดี๋ยวจะงงอีกเพราะว่าข่าวค่อนข้างจะคลาดเคลื่อน ด้วยความที่เราสองคนพูดคนละอย่างกัน แต่ว่าวันนี้เราสองคนยืนยันชัดเจนตรงกัน ณ ตรงนี้เลยว่าไม่อยากให้เข้าใจผิดกัน”

ก็ไม่อยากให้แฟนๆ ละครเข้าใจผิดใช่ไหม ?
อานัส: “ใช่ครับ”

จะมีรูปดาราคนอื่นที่ถ่ายกับเขาออกมาอีกไหม ?
อ๋อม: “อันนี้ผมไม่ทราบครับ แต่ที่ผมไปกันก็มีนักแสดงหลายคนอยู่ แล้วเราก็ถ่ายรูปร่วมเฟรมกันคือมีเราสองคน แต่คนอื่นถ่ายหรือเปล่าเราไม่รู้จริงๆ”

อยากบอกอะไรกับแฟนคลับที่เห็นภาพครั้งแรกแล้วก็เข้าใจผิดไปแล้ว ?
อ๋อม: “สำหรับคนที่เข้าใจผิดไปแล้วนะครับ ก็อยากจะขอยืนยันเลยว่าผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสองคนนะครับ ก็อยากจะให้ติดตามข่าวสารกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนนะครับ อย่างเพิ่งไปเสพข่าวกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ฟังเราสองคนพูดแล้วก็ดูทุกอย่างประกอบด้วยครับ”
อานัส: “ก็เหมือนกับอ๋อมครับ อยากยืนยันแน่นอนว่าเราสองคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรที่ไม่ดีทั้งสิ้นครับ แล้วก็พร้อมให้ทุกฝ่ายเข้ามาตรวจสอบได้ครับ”

ถ้าทางตำรวจขอความร่วมมือมาเราก็พร้อมจะให้ความร่วมมือใช่ไหม ?
อ๋อม: “ยินดีครับ”
อานัส: “ยินดีครับ”

ตามเจอแล้ว โดรน 1 ล้านสำรวจน้ำท่วมใต้ หลังออกหาเป็นวัน

6

โดรนสำรวจน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ มูลค่า 1 ล้านของกรมชลประทาน สามารถติดตามเจอแล้ว หลังออกประกาศตามหาในโซเชียล พบลอยอยู่ในสวนปาล์ม

(21 ม.ค.) จากกรณีที่สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน ได้ออกประกาศตามหา อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก (UAV) ที่ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัย บริเวณ ต.ท่าโรงช้าง ต.เขาหัวควาย และ ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อถ่ายภาพแผนที่น้ำท่วม แต่ปรากฏว่าได้หายสาบสูญไป ทำให้ออกตามหากันในพื้นที่ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีสำคัญและมูลค่าสูงถึง 1 ล้านบาท

ภายหลังจากที่ข่าวการตามหาอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก ถูกเผยแพร่ไปในโลกโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่าล่าสุดได้ค้นพบเจอแล้ว ตามเบาะแสที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้แจ้งเข้ามา ประกอบกับแกะรอยตามเครื่องตรวจจับสัญญาณของอากาศยานไร้คนขับ ทำให้พบว่าลอยน้ำอยู่ภายในร่องน้ำสวนปาล์ม ใกล้กับแนวส่งสายไฟฟ้าแรงสูง พื้นที่ หมู่ 2 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน

ทั้งนี้ ทางกรมชลประมาทได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธา สุราษฎร์ธานี ที่อนุเคราะห์ให้ความช่วยเหลือ และขอบคุณโลกโซเชียลมีเดียที่ช่วยเผยแพร่และแชร์ข้อมูลส่งต่อจนนำมาสู่การค้นพบเทคโนโลยีสำคัญของกรม โดยใช้เวลาติดตามค้นหาราวๆ 8 ชั่วโมง

นศ.หนุ่มตกใจ เจอหมายเรียกโกงสอบนายสิบ ทั้งที่สอบตก

5

หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง รู้สึกตกใจหลังได้รับหมายเรียกเข้าให้ปากคำ กรณีการทุจริตสอบนายสิบ ทั้งที่สอบไม่ผ่าน ยันไม่เกี่ยวข้องใดๆ แต่ก็พร้อมจะไปให้ปากคำ

(21 ม.ค.) นายเกม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นชาว จ.มหาสารคาม ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังได้รับหมายเรียกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ให้เข้าพบเพื่อให้ถ้อยคำ

จากกรณีตกเป็นผู้ต้องสงสัยในขบวนการทุจริตสอบนายสิบที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จากการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ จำนวน 1,000 อัตราที่มีการจัดสอบไปเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา กระทั่งได้ตรวจพบการกระทุจริตในภายหลัง

นายเกม เปิดเผยว่า ทันทีที่ได้รับหมายเรียกทั้งตัวเองและครอบครัวก็รู้สึกตกใจและวิตกกังวลมาก เพราะในชีวิตไม่เคยกระทำผิดและไม่เคยได้รับหมายเรียกเลย แต่ยอมรับว่าตนเองได้สมัครเข้าสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจจริง โดยเข้าสอบที่สนามสอบบางนา แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบอย่างแน่นอน

สำหรับที่ถูกออกหมายเรียกในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการสุ่มเรียกตามหมายเลขผู้เข้าสอบ ซึ่งเลขที่นั่งสอบของตนเองอาจจะอยู่ใกล้กับกลุ่มที่มีการลอกข้อสอบหรือทุจริตสอบ ตนเองก็พร้อมที่จะเดินทางไปให้ถ้อยคำตามหมายเรียกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์

แต่สิ่งที่กังวลในตอนนี้ คือนอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางไปให้ถ้อยคำแล้ว ยังกลัวว่าการถูกออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่ออนาคตทำให้ตนเองเสียสิทธิ์ในการสมัครสอบครั้งต่อไปหรือไม่ จึงอยากวอนขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

นายเกม ยังกล่าวด้วยว่า เหตุผลที่สมัครเข้าสอบคัดเลือกนักเรียนนายสิบตำรวจครั้งนี้ เพราะเป็นความใฝ่ฝันของตนเองและครอบครัวที่อยากจะให้เข้ารับราชการตำรวจ เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ประกอบกับครอบครัวมีฐานะยากจนพ่อแม่มีอาชีพค้าขายปลาทู หากลูกได้มีโอกาสเข้ารับราชการก็น่าจะมีฐานะที่มั่นคงมากขึ้น พ่อแม่จึงตัดสินใจนำเงินเก็บที่ได้จากการขายปลาทูจ่ายค่าโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม จำนวน 30,000 บาท เพื่อติวเข้มทักษะความรู้ความสามารถเหมือนกับการสอบบรรจุทั่วไป

กระทั่งถึงวันสอบก็เดินทางไปสอบตามปกติ ที่สำคัญเมื่อประกาศผลสอบแล้วตนเองก็ไม่ผ่านการสอบครั้งนี้ ทั้งตามกระแสว่ามีการเรียกเงินรายละ 300,000-500,000 บาท ครอบครัวคงไม่มีปัญญาจ่ายเงินมากขนาดนั้นได้ แต่ก็ไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุอะไรจึงมีชื่อถูกออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องสงสัยให้เข้าให้ถ้อยคำ

เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจตนก็พร้อมจะเดินทางไปให้ถ้อย แต่ต้องรอหมายเรียกครั้งที่สอง เนื่องจากหมายเรียกครั้งแรก เพิ่งส่งมาถึงบ้านเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา แต่ในหมายระบุให้เข้าให้ถ้อยคำวันที่ 4 มกราคม 2560 ซึ่งเลยกำหนดไปแล้ว ซึ่งหากได้รับหมายอีกก็จะเดินทางไปตามหมายทันที

น้ำบางสะพานซัดแรง “รางรถไฟโค้งงอ” กว่า 1 กม. จนท.เร่งซ่อม

3

จากการที่บนโลกออนไลน์แพร่ภาพ “รางรถไฟ” ถูกน้ำซัดจนงอเสียหายที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น ทางผู้ว่าการรถไฟฯ ยืนยันว่า รางรถไฟดังกล่าวถูกน้ำซัดจนโค้งงอจริง

ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก “บ้านรูป บางสะพาน” ได้โพสต์ภาพดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “ทางรถไฟสายใต้ขณะนี้ ช่วงตลาดบางสะพาน-แยกวัดเขาถ้ำม้าร้อง เสียหายประมาณ 1 กิโลเมตร … ดูแต่ของเมืองนอก มาดูของบ้านเราบ้างครับ” โดยจากภาพแสดงให้เห็นรางรถไฟมีลักษณะโค้งงอ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจไม่ใช่ภาพจริง

ทางทีมข่าวสปริงนิวส์ จึงได้สอบถามไปยัง นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. โดยยอมรับว่า รางรถไฟโค้งงอดังกล่าวเป็นภาพจริง ซึ่งสาเหตุที่สะพานโค้งงอ เกิดจากถูกน้ำพัดอย่างรุนแรง กัดเซาะดินที่อยู่ใต้รางรถไฟ จึงทำให้สะพานโค้งงอเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร โดยจะเร่งเปลี่ยนรางรถไฟตรงช่วงที่เสียหายให้เร็วที่สุด

ขณะที่ นายกิตติกรณ์ เทพอยู่อำนวย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ทางรถไฟ ช่วงตลาดบางสะพาน-แยกวัดเขาถ้ำม้าร้อง ที่โค้งงอดังกล่าว ถูกน้ำซัดจนเสียหาย ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซม โดยยังไม่มีกำหนดเปิด

พระเจ้าอยู่หัว ร.10 เสด็จพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร

4

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สตมวารพระบรมศพ

เมื่อเวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยัง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงประกอบพิธีพระราชกุศลสตมวาร(100 วัน) พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ใน พระบรมมหาราชวัง ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เฝ้ารอรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

โดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พร้อมด้วย องคมนตรี และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้ารอรับเสด็จฯกันอย่างพร้อมเพรียง

เมื่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินเข้ามาด้านในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และ วางพวงมาลาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อจบแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และเครื่องราชสักการะ ที่หน้าพระโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถวายบังคม แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูป ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร เสด็จพระราชดำเนินประทับพระราชอาสน์ พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมจบแล้ว จากนั้นพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ แสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง”คำติ”

เมื่อพระธรรมเทศนา จบลง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับ ปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุ โมทนา จากนั้นทรงพระดำเนินไปทรงกราบที่เครื่องทองน้อยหน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงกราบที่หน้า เครื่องนมัสการ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

น้ำบางสะพานซัดแรง “รางรถไฟโค้งงอ” กว่า 1 กม. จนท.เร่งซ่อม

3

จากการที่บนโลกออนไลน์แพร่ภาพ “รางรถไฟ” ถูกน้ำซัดจนงอเสียหายที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น ทางผู้ว่าการรถไฟฯ ยืนยันว่า รางรถไฟดังกล่าวถูกน้ำซัดจนโค้งงอจริง

ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก “บ้านรูป บางสะพาน” ได้โพสต์ภาพดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “ทางรถไฟสายใต้ขณะนี้ ช่วงตลาดบางสะพาน-แยกวัดเขาถ้ำม้าร้อง เสียหายประมาณ 1 กิโลเมตร … ดูแต่ของเมืองนอก มาดูของบ้านเราบ้างครับ” โดยจากภาพแสดงให้เห็นรางรถไฟมีลักษณะโค้งงอ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจไม่ใช่ภาพจริง

ทางทีมข่าวสปริงนิวส์ จึงได้สอบถามไปยัง นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. โดยยอมรับว่า รางรถไฟโค้งงอดังกล่าวเป็นภาพจริง ซึ่งสาเหตุที่สะพานโค้งงอ เกิดจากถูกน้ำพัดอย่างรุนแรง กัดเซาะดินที่อยู่ใต้รางรถไฟ จึงทำให้สะพานโค้งงอเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร โดยจะเร่งเปลี่ยนรางรถไฟตรงช่วงที่เสียหายให้เร็วที่สุด

ขณะที่ นายกิตติกรณ์ เทพอยู่อำนวย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ทางรถไฟ ช่วงตลาดบางสะพาน-แยกวัดเขาถ้ำม้าร้อง ที่โค้งงอดังกล่าว ถูกน้ำซัดจนเสียหาย ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซม โดยยังไม่มีกำหนดเปิด