ปู ไปรยา ชีวิตเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่…หลังลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัย

8

เป็นนางฟ้าเดินดินจริงๆ สำหรับนางเอกสาว “ปู ไปรยา” เพรานอกจากจะมีฝีมือด้านงานวงการบันเทิงแล้ว เธอยังเป็นทูตสันถวไมตรี UNHCR คอยเดินสายเข้าพบผู้ลี้ภัยตามสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ อย่างล่าสุดเจ้าตัวได้บินไปไกลจอร์แดน เพื่อพบปะพูดคุยและเข้าช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากซีเรีย

โดยงานนี้สาวปูได้เผยให้ฟังว่า การเดินทางเข้าช่วยเหลือครั้งนี้ถือว่าลำบากพอสมควร เพราะสภาพอากาศและสถานที่ที่ไปค่อนข้างกันดาร แต่ความลำบากของเธอนั้นยังไม่เท่าครึ่งหนึ่งที่ผู้ลี้ภัยต้องเจอ ซึ่งการได้เป็นทูตโครงการนี้คือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ในชีวิต ทำให้เธอรักเด็ก และอยากกอดความบริสุทธิ์จากเด็กผู้ลี้ภัยมากกว่าเดิม

ล่าสุดเห็นไปทำหน้าที่ ทูตสันถวไมตรี UNHCR มา?
“จริงๆ เป็นครั้งแรกที่ไปลงพื้นที่ค่ายที่ต่างประเทศ เป็นค่ายผู้ลี้ภัยซีเรียที่จอร์แดนเพิ่งไปมา ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าวิกฤติของซีเรียมันหนีไม่ได้เพราะมันหนีทุกวัน พอได้ไปก็รู้สึกเข้าใจถึงเวลาคนเราสูญเสียครอบครัว หรือสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่มีทางเลือก แล้วเราทำอย่างเดียวได้ก็คือหาวิธีระดมทุนและเยียวยาแล้วพูดคุยกับเขา เอาเรื่องเขามาเล่า ปูรู้สึกเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตปูมากเลย ปูเคยพูดหลายรอบแล้วปูอุทิศตัวกับเรื่องนี้ แต่ครั้งนี้จริงๆ เลยปูรักผู้ลี้ภัยซีเรียมาก และรักความเข้มแข็งของเขาในเชิงว่า มนุษย์ถึงเราสูญเสียทุกอย่างจริงๆ แต่เราก็ยังมีใจที่เข้มแข็ง อ่อนโยน และพร้อมที่จะแบ่งปัน เขาเอาใจปูเต็มๆ โดยเฉพาะเด็ก คือปูจะบอกว่าคนเราเกิดมาโอกาสไม่เหมือนกัน ปูถือเป็นคนที่เกิดมาโอกาสดีมาก โอกาสวิ่งเข้าหาปูตลอดเวลา แล้วบางคนเกิดมาเขาไม่มีโอกาส หรือโอกาสที่เขาได้มาถูกดึงจากเขาไป โลกนี้ไม่ได้ยุติธรรมอยู่แล้ว แต่ในฐานะที่เป็นคนที่ได้รับความยุติธรรมมากกว่า เราก็ควรจะคืนความยุติธรรมให้กับคนที่ไม่ได้มี เลยบอกว่าพอยิ่งอยู่กับอย่างนี้ปูยิ่งรู้เลยว่าเกิดมาชื่อเสียงเงินทอง สดท้ายแล้วเราเอาไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเอาไปได้ก็คือการช่วยเหลือคนที่อยู่ในสังคม”

การใช้ชีวิตที่นั่นหลายคนลำบาก ไปอยู่แล้วเป็นไง?
“คือปูไม่กล้าบอกตัวเองลำบาก เพราะปูเห็นเขาลำบาก แต่ปูยอมรับว่าเราลำบาก เราไปมาหลายค่ายเหมือนกัน ไปลงพื้นที่มาหลายที่หลายปีแล้วเหมือนกันนะ ทั้งยโสธร ศรีสะเกศ แม่ฮ่องสอน สังขละบุรี ในเขาก็ไปมาแล้ว แต่ว่าทะเลทรายเป็นอย่างอื่น ทั้งอุณหภูมิ ทุรกันดาร คือยอมรับเลยว่า มีแบบว่าไม่ไหว แล้วเขาเดินกันเป็นกิโลๆ กว่าจะมาถึงที่จอร์แดน ปูมีแต่ความเคารพ และความทึ่งในความมหัศจรรย์ของความเข้มแข็งของเขา คนที่อยู่ในสถานะผู้ลี้ภัยอยู่มาเกือบ 20 ปี แล้วครึ่งหนึ่ง คือ เด็ก เรากำลังพูดถึงคนกว่า 30 ล้านคนทั่วโลกที่เป็นเด็กที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ เราต้องช่วยกันระดมทุนเพื่อให้ที่พักพิงที่ปลอดภัย ให้ได้รับการศึกษาไม่ว่าจะเป็นเต้นท์ น้ำ เขาก็เป็นมนุษย์ เขาต้องใช้ เลยอยากจะให้ช่วยกันนะ”

“แล้วเดี๋ยวปูก็มีไปอีก แต่เป็นในประเทศไทย ทุกปีปูไปหมดอยู่แล้ว 3 ปีก็สลับกัน มีเด็กที่เป็นปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นเด็กไทย ผู้ป่วยโรคเอดส์”

หลายคนชื่นชมว่าเข้าถึงเด็กๆ โดยที่ไม่กลัว?
“ปูเป็นอย่างนี้มา 3 ปีแล้ว จริงๆ ตั้งแต่เด็กปูยอมรับอะไรอย่างหนึ่ง เวลาคนเราทำงานอะไรเยอะๆ เอาจริงๆ ไหม ไม่รู้ใครจะทนแต่งงานกับปูได้ ชีวิตนี้จะมีคนมาขอหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ก็เลยบอกว่าการเห็นเด็กที่บางครั้งขาดหายไป เด็กเป็นสิ่งที่บอบบาง อินโนเซ้น บริสุทธิ์ เราอยู่กับเด็ก เรารู้สึกอบอุ่น ปูชอบที่จะกอดเด็ก กอดแล้วรู้สึกถึงความอบอุ่น”

จะมีอุปถัมภ์เด็กไหม?
“การอุปถัมภ์คนคนหนึ่งต้องใช้วุฒิภาวะสูงมาก แล้วคนทำงานแบบปู ปูว่าเวลาที่ให้กับตัวเองแทบจะไม่มีเลย แต่ถามว่าเป็นความฝันไหม ปูว่าต้องดูเรื่องของอนาคต แต่ก็เคยพูดแล้ว ถ้าในชีวิตนี้ปูไม่มีลูกสักคน ปูอาจจะมีลูกเป็นแสน เป็นล้านคนก็ได้ ก็คือคนที่ปูช่วยระดมทุนให้ คนที่ปูช่วยทำงานให้องค์กร ก็ไม่เป็นไร เด็กทุกคนปูรักเท่ากันหมด สิ่งเดียวที่ปูได้ทำ คือการเอาเรื่องของพวกเขา และรูปภาพของพวกเขาให้ทุกคนเห็น ปูเชื่ออย่างหนึ่ง คำพูดไม่หนักแน่นเท่าภาพ คนเห็นภาพ คนจะเข้าใจเองว่าเขาลำบาก ต้องการความช่วยเหลือ ปูรู้สึกว่าทุกครั้งที่ปูไป ปูทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในการเอาภาพกลับมาให้ทุกคนดู ให้ทุกคนตัดสินใจว่าเราจะร่วมด้วยช่วยกันยังไง”

ตอนนี้หลายคนฮือฮาชมท้อง?
“ยังไม่ได้เยี่ยม ได้ยินตอนอยู่จอร์แดน ก็จริงๆ ขอแสดงความยินดีกับพี่ชม ในโลกนี้ถ้าปูคิดว่าคนที่ควรจะได้รับชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์ ควรจะเป็นคนชื่อ ชมพู่ อารยา เพราะเขาเป็นลูกที่กตัญญูต่อครอบครัว เป็นผู้หญิงที่เก่ง และเป็นคนที่น่าชื่นชมในวงการบันเทิง และครอบครัวรังษีสิงพิพัฒน์ ปูก็มีแต่ความรักให้จริงๆ ปูก็ขอแสดงความยินดี ก็ได้ส่งข้อความไปหาพี่น็อต และขอแสดงความยินดีให้พี่ชม และฝากคุณโน๊ตไปบอกบ้าง”

เห็นวันที่รับเป็นทูตยูเอ็น แมทธิวส่งดอกไม้มาให้ถึงคอนโดเลย?
“น่ารัก ก็เป็นกุหลาบ น่ารัก (ยิ้ม) ก็เขารู้ว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ปูทำแล้วปูมีความสุขที่สุด และปูภาคภูมิในที่สุด แล้วมันเหมือนเป็นพลังในใจปู เหมือนเขาคงรู้แหละ ก็เป็นการแสดงความยินดี คนอื่นก็ส่งดอกไม้มาเยอะแยะ ไม่ใช่เขาคนเดียว เขาก็บอกว่า เขาแสดงความยินดี เขาบอกเขาภูมิใจนะ”

วาเลนไทน์จะมีอะไรพิเศษไหม?
“เดี๋ยวจะบินไปเมืองนอก ไปทำงานเดือนนี้ มีไปแอลเอ มิลาน นิวยอร์ค และกลับมากรุงเทพ ส่วนจะมีอะไรไหมก็เดี๋ยวรอดู แต่จริงๆ ยังไม่มีเซอร์ไพรส์แน่นอน เพราะเพิ่งรู้จักกัน ดอกไม้ปูว่าเป็นการแสดงว่าเขาเป็นคนมีมารยาท เพราะวันนั้นเป็นวันสำคัญจริงๆ ถามว่ามีเวลาคุยกันไหม มีนะ ก็อย่างที่บอก เราเป็นคนทำงานหนักก็คงไม่แปลกที่เราอยากจะมีคนมาพูดคุย จะได้สบายใจ แต่ก็ชิลๆ คุยไปเรื่อยๆ”

กำลังใจล้นหลาม ชมพู่ อารยา ว่าที่คุณแม่กลับบ้านได้แล้ว

7

ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีของวงการบันเทิง สำหรับข่าวการตั้งครรภ์ของซุป’ตาร์สาว ชมพู่ อารยา ที่หลายคนคอยลุ้นคอยเชียร์มาโดยตลอด ซึ่งหลายวันที่ผ่านมาว่าที่คุณแม่ก็ได้แอดมิทนอนโรงพยาบาลอยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อความปลอดภัย โดยมีสามีให้กำลังใจข้างเตียงไม่ห่าง รวมถึงเพื่อนสนิทก็ได้แวะเวียนไปเยี่ยมกันเพียบ ทางด้านแฟนๆ ก็คอมเม้นต์แสดงความยินดีและส่งกำลังใจกันรัวๆ

นอกจากนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาให้ผู้แทนพระองค์นำแจกันดอกไม้มาประทานแก่ ชมพู่ อารยา ยังความปลาบปลื้มใจให้กับนางเอกสาวและครอบครัวเป็นอย่างมาก ล่าสุดวันนี้ พี่หวานเจี๊ยบ ผู้จัดการส่วนตัว ก็ได้โพสต์สาวชมพู่นอนพักผ่อนท่ามกลางกองตุ๊กตาแสนรัก คาดว่าน่าจะกลับไปักผ่อนที่บ้านได้แล้ว

ญาติเหยื่อเสี่ยแพกุ้งปืนดุ ยิงดับเพราะเปิดเพลงเสียงดัง ร้องผู้การตำรวจหลังคดีไม่คืบ

6

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติ นายราเชนทร์ อายุ 19 ปี ,นายสราวุธ อายุ 25 ปี และ นส.ทิพย์สลาลี อายุ 23 ปี เหยื่อ3ศพ เสี่ยแพกุ้งบุกกราดยิงจนเสียเสียชีวิต หลังกลุ่มผู้ตายทะเลาะกับหลานชายเสี่ยแพกุ้งเรื่องเปิดเพลงเสียงดังจนเกิดทะเลาะวิวาทกัน เหตุเกิดในพื้นที่ ม.9 ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อช่วงค่ำ ของวันที่ 2 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา

วันนี้ญาติได้พากันมาร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ต.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ ผู้บังคับการประจำภาค7 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ หลังเวลาล่วงเลยมานับเดือนแต่คดีไม่มีความคืบหน้าใดๆ ซึ่งญาติมีความข้องใจหลายประเด็น หลังพยายามเข้าสอบถามข้อมูลด้านคดีแต่ไม่มีความคืบหน้า

โดยพบว่าตำรวจไม่ได้ตรวจสอบลายนิ้วมือบนรถคันที่เกิดเหตุ จนเวลาผ่านไปนานนับเดือน ประกอบกับต้องการเข้าแจ้งความเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลที่ใช้อาวุธจอบ อาวุธมีด ยืนปิดทางขวางไม่ให้ผู้ตายและผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุ กระทั้งเสี่ยแพกุ้งลงมือยิงทีละคนอย่างอุกอาจ แต่ปรากฏว่าตำรวจ สภ.กุยบุรี กลับไม่รับแจ้งความใดๆเพิ่มเติม อ้างเพียงว่า เป็นคดีเดียวกัน

ขณะที่พล.ต.ต.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ ผู้บังคับการประจำภาค7 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ ไม่อยู่ มีเพียงนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการมารับทราบข้อมูล แล้วร้องขอให้ญาติมาพบกับผู้บังคับการตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์อีกครั้งในวันพรุ่งนี้

นางกฤษณา แม่ของ นายราเชนทร์ (ผู้ตาย) เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนมีลูก 2 คน ปีนี้นายกฤษณะตั้งใจจะบวชให้แม่ แต่ต้องมาจบชีวิตก่อนวัยอันควร ทั้งๆที่ลูกชายไม่เคยมีเรื่องกับคนยิงเลย วันที่ฉันไปเชิญวิญญาณลูกที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พี่สาวเสี่ยแพกุ้ง มาขอโทษบอกว่าไม่รู้ว่าเป็นลูกชายฉัน ซึ่งตัวเองรับไม่ได้ ลูกตายไปแล้วขอโทษก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งเดียวที่ต้องการคือขอให้เสี่ยแพกุ้ง มารับผิดตามกฎหมาย

ด้านนางละลอง แม่ของนายสราวุธ และ นส.ทิพย์สลาลี ที่เสียชีวิต 2 ราย บอกว่า ครอบครัวตนปวดร้าวและต้องอยู่กับความทุกข์อย่างแสนสาหัส ลูกตาย 2 คน ชื่อน้องกอล์ฟกับน้องกิ๊บ นอกจากนี้ลูกชายคนเล็กชื่อน้องแก๊บ อายุ 16 ปี ถูกยิงเข้าที่หลังหูซ้ายทะลุไปด้านขวา เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน ยังไม่สามารถหันศีรษะได้ปกติ ส่วนลูกสะใภ้ก็ถูกยิงเข้าที่หลังทะลุสีข้างซ้าย ดีว่ายังรอดชีวิต สงสารหลานเล็กๆ2คน อายุเพียงแค่ไม่กี่ขวบ ที่ต้องกำพร้าพ่อไป อย่างน้องกิ๊บกำลังทำเรื่องจบ หลังฝึกสอนเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนกุยบุรีวิทยา เป็นความหวังของครอบครัวที่จะมีลูกสาวรับราชการ เมื่อตนและสามีเจ็บป่วยจะได้เปิกค่ารักษาพยาบาลได้บ้าง แต่ตอนนี้ทุกอย่างหายไป ลูกศิษย์ของน้องกิ๊บต่างเสียใจและฝากข้อความระลึกถึงครูที่เขารักมาเป็นจำนวนมาก ตอนนี้คดีไม่คืบเลย ถามตำรวจก็ไม่คืบหน้าอะไร ตนอยากได้รับความเป็นธรรม เพราะผัก่อเหตุกระทำอุกอาจขนาดนี้แต่ยังลอยนวลไปได้ถือว่าไม่ถูกต้อง

นายธนกฤต ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ต.กุยเหนือ พ่อผู้ตาย กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุเสี่ยแพกุ้งพาลูกเมียหนีหายไปจากบ้านพักที่กุยบุรี แต่เวลาผ่านไปได้สิบกว่าวัน ปรากฏว่าลูกเมียของเสี่ยแพกุ้งกลับมาอยู่บ้านกันตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตำรวจเองก็ไม่ได้ทำอะไร ขนาดญาติจะขอแจ้งความเพิ่มเกี่ยวกับผู้ร่วมขบวนการ ที่กักขังหน่วงเหนี่ยว จนเกิดเรื่องร้ายขึ้น แต่ปรากฎว่าตำรวจไม่รับแจ้งความ ทำให้ญาติกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น

ด้านนางสาวิตรี อายุ 25 ปี ภรรยาของนายสราวุธ(ผู้ตาย) เล่าว่าวันเกิดเหตุ ตนอยู่บ้านพักที่ไม่ไกลกับที่เกิดเหตุนัก กระทั่งแม่มาเรียกว่า แฟนน่าจะมีเรื่องเพราะมีคนมารุมอยู่เต็มรถออกไม่ได้ เมื่อตนไปถึงก็ถามหาแฟนว่าอยู่ที่ไหน ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าแฟนถูกยิง แต่พบว่าญาตของมือปืนกลับร้องตะโกนว่า ยิงเลยเมียไอ้ป๊อบมัน ก่อนที่เสี่ยแพกุ้งจะยิงตนเข้าที่หัวไหล่ทะลุสีข้าง จนตนล้มลงไปกองกับพื้น นาทีนั้นร้องเรียกให้แม่ช่วย ซึ่งแม่ก็กำลังวิ่งมาแต่ไม่ทัน ตนถูกยิ่งซ้ำอีกเข้าที่หลัง คงอยากให้ตายทั้งครอบครัว โชคดีที่ตนไม่ตาย ไม่งั้นใครจะเลี้ยงลูกสาวเล็กๆ2คนของตน ครอบครัวต้องสูญเสียมาก ทุกวันนี้ไม่สามารถตอบลูกได้ว่าพ่อเขาหายไปไหน อยากให้ครอบครัวตนได้รับความเป็นธรรมบ้าง เพราะต้องสูญเสียอย่างมาก ขอให้ตำรวจช่วยเหลือเร่งรัดคดีด้วย

รวบตัวพ่อค้ายาบ้าจัดปาร์ตี้เสพ เอาใจเมียสาววัย 19 ปี

5

(7 ก.พ.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี มีการแถลงข่าวจับกุมตัว นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง อายุ 38 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,820 เม็ด พ.ต.ท.สุรชิต ฤทธิ์ลี รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้สืบทราบว่าที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยสุวรรณ ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี มีการมั่วสุมเสพยาบ้ากัน

ตำรวจได้นำกำลังไปทำการตรวจสอบพบชายหญิง ทั้งหมด 6 คน รวมถึงนายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง และแฟนสาว คือ น.ส.มิ้ว อายุ 19 ปี กำลังเสพยาบ้ากันอยู่ด้วย จึงได้ทำการจับกุม ซึ่งพบยาบ้าจำนวน 20 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกใต้ที่นอน โดย นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง ยอมรับว่าเป็นของตนเอง

จากนั้นตำรวจได้นำตัว นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง ไปทำการขยายผลตรวจยึดยาบ้า ที่ซุกซ่อนไว้ใต้โต๊ะม้าหินอ่อน หน้าบ้านพัก ใน ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จำนวน 1,000 เม็ด และในห้องนอนอีก 1,800 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 2,820 เม็ด ก่อนนำตัวทั้งหมดพร้อมของกลางมาโรงพัก

จากการสอบสวน นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง ให้การว่า ตนพึ่งโทษออกมาในคดียาบ้า เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา โดยติดคุกอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี 2 ปี 6 เดือน พอออกจากคุกก็ได้กลับมาค้ายาบ้าอีก โดยไปรับยาบ้าจากผู้หญิงชื่อว่านาง ครั้งละ 1-2 มัด หรือ ยาบ้า 2,000-4,000 เม็ด ในราคามัดละ 190,000 บาท โดยไปเอายาบ้ามาขายก่อนจ่ายเงินที่หลัง

ซึ่งตนจะไปรับยาบ้าตามหลักกิโลเมตร ที่เขาบอก ใน อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ แล้วตนนำไปในเครือข่ายไปจำหน่าย ในพื้นที่ จ.สกลนคร และ จ.อุดรธานี ในราคาเม็ดละ150 บาท ให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ทำมาแล้ว 3 ครั้ง

ต่อมาแม่ของ น.ส.มิ้ว ที่อยู่ จ.สกลนคร ได้มาเอายาบ้ากับตนไป แต่ไม่เงินจ่ายค่ายาบ้าให้เป็นเงิน 40,000 บาท จึงได้ยกลูกสาวให้ คือ น.ส.มิ้ว เป็นเมีย โดยได้อยู่กินด้วยกันประมาณเกือบ 1 เดือน แต่ น.ส.มิ้ว ได้หนีจากตนมาบ่นว่าตนแก่

ตนมารู้ว่าเช่าบ้านพักอยู่กับเพื่อน จึงได้มาหาเพื่อพากลับบ้านจะได้อยู่กินด้วยกัน ซึ่งตนนำยาบ้ามาให้ด้วย ต้องการเอาใจเมียรัก จึงได้จัดปาร์ตี้เสพยาบ้า ให้เมียเสพพร้อมกับเพื่อน แต่ก็มาถูกตำรวจสืบรู้จับกุมเอาไว้ได้ในที่สุด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง มียาเสพติดประเภท 1 หรือ ยาบ้า มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมายนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนวัยรุ่นชายหญิง ทั้ง 5 คน ได้ทำการตรวจปัสสาวะปรากฏว่า เป็นสีม่วง โดยได้สมัครใจไปให้การบำบัดฟื้นฟู เพื่อให้เลิกยาเสพติดตามนโยบายของคสช. ดังกล่าว

สั่งเด้ง “ดาบตำรวจ” รีดเงินรถขนฟักทอง

4

ผู้การฯ ทางหลวง สั่งช่วยราชการ ดาบตำรวจเรียกตรวจรถฟักทอง พฤติกรรมไม่เหมาะสม พร้อมเรียกผู้เกี่ยวข้องสอบ ฟันผิดไม่ละเว้น

พลตำรวจตรี สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวถึงกรณีที่โซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่คลิป ตำรวจเรียกตรวจรถบรรทุกฟักทองและมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ว่า จากการตรวจสอบพบเป็น นายดาบตำรวจ สังกัดสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จึงได้มีคำสั่ง ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการของกองบังคับการตำรวจทางหลวงเป็นเวลา 15 วันเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวด้วยว่า กรณีนี้ ถือว่ามีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่สมควรจริง แต่การตรวจสอบต้องแยกเป็น 2 กรณี คือ ทางวินัยและทางอาญา จะมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ ผู้โพสต์คลิป ผู้ปรากฎในภาพมาสอบเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากต้องให้โอกาสทุกฝ่ายในการชี้แจง โดยหากตรวจสอบพบเป็นการเรียกรับสินบนฝ่ายเดียวก็จะดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ โดยไม่ละเว้น

นอกจากนี้ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ยังได้ฝากถึง ผู้ขับขี่ว่า การเรียกตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการปฎิบัติงานตามปกติ เพื่อป้องกันปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้น หากกระทำผิดกฎจราจร ขอให้รับใบสั่งเพื่อเสียค่าปรับตามขั้นตอน เนื่องจากหากมีการให้สินบนจะถือว่าผู้ขับขี่ก็มีความผิดไปด้วยไม่สามารถละเว้นความผิดได้ จึงอยากให้ผู้ขับขี่ที่พบพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ในลักษณะเรียกรับเงินให้ปฎิเสธทันที หรือบันทึกคลิปวิดีโอไว้ได้ แต่ให้ร้องเรียนมาที่กองบังคับการตำรวจทางหลวงตามขั้นตอน

บิ๊กไบค์ซิ่ง พุ่งชนหนุ่มรัสเซียขณะข้ามถนนเสียชีวิตคาที่

3

เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 8 ก.พ. 60 ร.ต.ท.ปฐมพงษ์ กรัณฑ์พิสุทธิ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุ จยย.ชนคนเดินข้ามถนน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าปากซอย 8 พัทยาสายสอง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบประชาชนจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์ ตรวจสอบพบร่างผู้บาดเจ็บรายแรกกระเด็นเข้าไปเสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถสองแถวพัทยา เป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติรัสเซีย อายุ 25 ปี อีกรายเป็นนักท่องเที่ยวไม่ทราบสัญชาติที่แท้จริงได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน ถัดไปประมาณ 200 เมตร พบรถจยย.บิ๊กไบค์ ยี่ห้อดูคาติ สีแดง หมายเลขทะเบียน 3 กต 5758 กทม. ชนเข้ากับด้านท้ายรถยนต์ยี่ห้อ นิสสัน จู๊ค สีแดงหมายเลขทะเบียน 2 กต 5566 กทม. ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังพบร่างผู้บาดเจ็บอีก 1 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล

สอบถามนายสมหมาย อายุ 36 ปี รปภ.ของโรงแรมซีซ่าพลาเลส เล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนยืนคุยทักทายกับผู้ตายพร้อมเพื่อนๆ โดยกลุ่มผู้ตายจะไปเดินเล่นชายทะเล แต่ผู้เคราะห์ร้ายตัดสินใจข้ามถนนไปก่อน ระหว่างนั้นได้มีจยย.บิ๊กไบค์ซ้อนสองวิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนร่างของเหยื่ออย่างจังจนกระเด็นเข้าไปเสียชีวิตอยู่ใต้ท้องรถสองแถว ส่วนรถจยย.บิ๊กไบค์เสียหลักพุ่งไปชนกับท้ายรถที่จอดอยู่ข้างทาง คนขับร่างกระเด็นกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนซ้อนท้ายตกลงอยู่กลางถนน หลังเกิดเหตุจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือดังกล่าว

เปิดตัวรักต่างวัย 17 ปี โจอี้ บอย คบกวาง เดอะเฟซ

2

เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกคู่ สำหรับคู่รักต่างวัย เจ้าพ่อแร็พ โจอี้ บอย กับสาวสวย กวาง The Face 2 หรือกวาง วรรณปิยะ ที่ล่าสุดฝ่ายชายได้ออกมา เปิดใจว่ากำลังตามจีบ และคบหาดูใจอยู่กับกวาง และรักครั้งล่าสุดนี้ผู้ใหญ่ก็ไฟเขียว โจอี้ เข้าพบพ่อแม่ฝ่ายหญิงแล้วด้วย

และถึงจะเป็นรักต่างวัย เพราะฝ่ายชายตอนนี้อายุ 42 ปี ส่วนทางกวางนั้น อายุเพียงแค่ 25 ปี นอกจากนิสัยที่ทั้งคู่น่าจะคลิกกันแล้ว ฝ่ายกวางก็ดูจะตรงสเปกของโจอี้ บอย ไม่น้อย เพราะเป็นสาวสวยเซ็กซี่ ไม่แพ้ดีกรีแฟนเก่าหลายคนที่โจอี้ บอย เคยคบหาดูใจมาก่อน

ซึ่งก่อนหน้านี้ที่มีคนภาพจับผิดว่าโจอี้ บอย ไป เที่ยวญี่ปุ่นกับกวาง และยังไม่มีรูปคู่ออกมาในโซเชียล แต่ตอนนี้เปิดตัวแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานคงได้เห็นรูปคู่หวานๆ ของโจอี้ บอยและกวาง แน่นอน

อ๋อม-อานัส ชี้แจงสื่อ ไม่รู้จัก “ไซซะนะ” ยืนยันรูปถ่ายแค่ไปทำงาน

อ๋อม-อานัส ชี้แจงสื่อ ไม่รู้จัก "ไซซะนะ" ยืนยันรูปถ่ายแค่ไปทำงาน

อานัส: “ผมแคร์ความรู้สึกของที่บ้าน และคนรอบๆข้าง ถามว่าตัวเองตกใจไหม ก็ไม่ได้ตกใจ ก็แค่เป็นการถ่ายรูปทำงานปกติเวลามีคนมาขอถ่ายรูป ก็ถ่ายรูปไปธรรมดา”

กลัวว่าตำรวจจะเรียกไปชี้แจงจอข้อมูลเพิ่มเติมไหม ?
อานัส: “ถ้าเรียกจริงๆ ป่านนี้คงได้ไปแล้วครับ เพราะว่าเขาคงไปตรวจสอบหมดแล้ว”
อ๋อม: “เรายินดีให้ความร่วมมืออยู่แล้วครับ”

ตอนแรกตำรวจจะเรียกสอบปากคำกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เราทราบข่าวนี้ไหม ?
อ๋อม: “ผมก็ทราบจากข่าวเหมือนกัน แต่ถ้าตำรวจจะเรียกจริงๆผมก็ยินดี แต่ว่าณ ตอนนี้ตำรวจยังไม่เรียกครับ”

คุยกับผู้ใหญ่ทางช่องว่ายังไงบ้าง ?
อ๋อม: “สำหรับผมได้คุยเรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้มีอะไร อย่างที่บอกไปเราไม่ได้มีอะไร เราบริสุทธิ์ใจจริงๆ ครับ”

หลังจากนี้จะระวังคนที่มาขอถ่ายรูปไหม ?
อ๋อม: “ไม่หรอกครับก็คงถ่ายเหมือนเดิม ใครมาขอถ่ายก็ให้ถ่ายหมด”

จะเช็คงานผู้ว่าจ้างไหมว่ามีรายละเอียดยังไงบ้าง ?
อ๋อม: “ผมว่ามันไม่สามารถเช็คได้อยู่แล้ว เราเป็นผู้ถูกจ้าง มีผู้ว่าจ้างให้เราไปเราก็ไป ใครขอถ่ายรูปเราก็ให้ถ่ายตามปกติ”

เคลียร์ว่าไม่รู้จักไม่สนิทสนมกัน ?
อานัส: “ก็บอกว่ารู้จัก แต่ว่ารู้จักกันในการทำงาน เดี๋ยวจะไปเขียนกันผิดอีก”
อ๋อม: “เดี๋ยวจะงงอีกเพราะว่าข่าวค่อนข้างจะคลาดเคลื่อน ด้วยความที่เราสองคนพูดคนละอย่างกัน แต่ว่าวันนี้เราสองคนยืนยันชัดเจนตรงกัน ณ ตรงนี้เลยว่าไม่อยากให้เข้าใจผิดกัน”

ก็ไม่อยากให้แฟนๆ ละครเข้าใจผิดใช่ไหม ?
อานัส: “ใช่ครับ”

จะมีรูปดาราคนอื่นที่ถ่ายกับเขาออกมาอีกไหม ?
อ๋อม: “อันนี้ผมไม่ทราบครับ แต่ที่ผมไปกันก็มีนักแสดงหลายคนอยู่ แล้วเราก็ถ่ายรูปร่วมเฟรมกันคือมีเราสองคน แต่คนอื่นถ่ายหรือเปล่าเราไม่รู้จริงๆ”

อยากบอกอะไรกับแฟนคลับที่เห็นภาพครั้งแรกแล้วก็เข้าใจผิดไปแล้ว ?
อ๋อม: “สำหรับคนที่เข้าใจผิดไปแล้วนะครับ ก็อยากจะขอยืนยันเลยว่าผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสองคนนะครับ ก็อยากจะให้ติดตามข่าวสารกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนนะครับ อย่างเพิ่งไปเสพข่าวกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ฟังเราสองคนพูดแล้วก็ดูทุกอย่างประกอบด้วยครับ”
อานัส: “ก็เหมือนกับอ๋อมครับ อยากยืนยันแน่นอนว่าเราสองคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรที่ไม่ดีทั้งสิ้นครับ แล้วก็พร้อมให้ทุกฝ่ายเข้ามาตรวจสอบได้ครับ”

ถ้าทางตำรวจขอความร่วมมือมาเราก็พร้อมจะให้ความร่วมมือใช่ไหม ?
อ๋อม: “ยินดีครับ”
อานัส: “ยินดีครับ”

ตามเจอแล้ว โดรน 1 ล้านสำรวจน้ำท่วมใต้ หลังออกหาเป็นวัน

6

โดรนสำรวจน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ มูลค่า 1 ล้านของกรมชลประทาน สามารถติดตามเจอแล้ว หลังออกประกาศตามหาในโซเชียล พบลอยอยู่ในสวนปาล์ม

(21 ม.ค.) จากกรณีที่สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน ได้ออกประกาศตามหา อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก (UAV) ที่ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัย บริเวณ ต.ท่าโรงช้าง ต.เขาหัวควาย และ ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อถ่ายภาพแผนที่น้ำท่วม แต่ปรากฏว่าได้หายสาบสูญไป ทำให้ออกตามหากันในพื้นที่ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีสำคัญและมูลค่าสูงถึง 1 ล้านบาท

ภายหลังจากที่ข่าวการตามหาอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก ถูกเผยแพร่ไปในโลกโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่าล่าสุดได้ค้นพบเจอแล้ว ตามเบาะแสที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้แจ้งเข้ามา ประกอบกับแกะรอยตามเครื่องตรวจจับสัญญาณของอากาศยานไร้คนขับ ทำให้พบว่าลอยน้ำอยู่ภายในร่องน้ำสวนปาล์ม ใกล้กับแนวส่งสายไฟฟ้าแรงสูง พื้นที่ หมู่ 2 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน

ทั้งนี้ ทางกรมชลประมาทได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธา สุราษฎร์ธานี ที่อนุเคราะห์ให้ความช่วยเหลือ และขอบคุณโลกโซเชียลมีเดียที่ช่วยเผยแพร่และแชร์ข้อมูลส่งต่อจนนำมาสู่การค้นพบเทคโนโลยีสำคัญของกรม โดยใช้เวลาติดตามค้นหาราวๆ 8 ชั่วโมง

นศ.หนุ่มตกใจ เจอหมายเรียกโกงสอบนายสิบ ทั้งที่สอบตก

5

หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง รู้สึกตกใจหลังได้รับหมายเรียกเข้าให้ปากคำ กรณีการทุจริตสอบนายสิบ ทั้งที่สอบไม่ผ่าน ยันไม่เกี่ยวข้องใดๆ แต่ก็พร้อมจะไปให้ปากคำ

(21 ม.ค.) นายเกม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นชาว จ.มหาสารคาม ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังได้รับหมายเรียกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ให้เข้าพบเพื่อให้ถ้อยคำ

จากกรณีตกเป็นผู้ต้องสงสัยในขบวนการทุจริตสอบนายสิบที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จากการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ จำนวน 1,000 อัตราที่มีการจัดสอบไปเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา กระทั่งได้ตรวจพบการกระทุจริตในภายหลัง

นายเกม เปิดเผยว่า ทันทีที่ได้รับหมายเรียกทั้งตัวเองและครอบครัวก็รู้สึกตกใจและวิตกกังวลมาก เพราะในชีวิตไม่เคยกระทำผิดและไม่เคยได้รับหมายเรียกเลย แต่ยอมรับว่าตนเองได้สมัครเข้าสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจจริง โดยเข้าสอบที่สนามสอบบางนา แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบอย่างแน่นอน

สำหรับที่ถูกออกหมายเรียกในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการสุ่มเรียกตามหมายเลขผู้เข้าสอบ ซึ่งเลขที่นั่งสอบของตนเองอาจจะอยู่ใกล้กับกลุ่มที่มีการลอกข้อสอบหรือทุจริตสอบ ตนเองก็พร้อมที่จะเดินทางไปให้ถ้อยคำตามหมายเรียกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์

แต่สิ่งที่กังวลในตอนนี้ คือนอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางไปให้ถ้อยคำแล้ว ยังกลัวว่าการถูกออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่ออนาคตทำให้ตนเองเสียสิทธิ์ในการสมัครสอบครั้งต่อไปหรือไม่ จึงอยากวอนขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

นายเกม ยังกล่าวด้วยว่า เหตุผลที่สมัครเข้าสอบคัดเลือกนักเรียนนายสิบตำรวจครั้งนี้ เพราะเป็นความใฝ่ฝันของตนเองและครอบครัวที่อยากจะให้เข้ารับราชการตำรวจ เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ประกอบกับครอบครัวมีฐานะยากจนพ่อแม่มีอาชีพค้าขายปลาทู หากลูกได้มีโอกาสเข้ารับราชการก็น่าจะมีฐานะที่มั่นคงมากขึ้น พ่อแม่จึงตัดสินใจนำเงินเก็บที่ได้จากการขายปลาทูจ่ายค่าโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม จำนวน 30,000 บาท เพื่อติวเข้มทักษะความรู้ความสามารถเหมือนกับการสอบบรรจุทั่วไป

กระทั่งถึงวันสอบก็เดินทางไปสอบตามปกติ ที่สำคัญเมื่อประกาศผลสอบแล้วตนเองก็ไม่ผ่านการสอบครั้งนี้ ทั้งตามกระแสว่ามีการเรียกเงินรายละ 300,000-500,000 บาท ครอบครัวคงไม่มีปัญญาจ่ายเงินมากขนาดนั้นได้ แต่ก็ไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุอะไรจึงมีชื่อถูกออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องสงสัยให้เข้าให้ถ้อยคำ

เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจตนก็พร้อมจะเดินทางไปให้ถ้อย แต่ต้องรอหมายเรียกครั้งที่สอง เนื่องจากหมายเรียกครั้งแรก เพิ่งส่งมาถึงบ้านเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา แต่ในหมายระบุให้เข้าให้ถ้อยคำวันที่ 4 มกราคม 2560 ซึ่งเลยกำหนดไปแล้ว ซึ่งหากได้รับหมายอีกก็จะเดินทางไปตามหมายทันที