เมื่อ “มูรินโญ่” เริ่มกำจัดจุดอ่อน

11

ตั้งแต่ “โจเซ่ มูรินโญ่” เข้ามาทำงานในโรงละครแห่งความฝันในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล ต้องยอมรับว่า “น่าเห็นใจ” ไม่น้อย กับนักเตะที่เหลือมาจากยุคของ “เดวิด มอยส์” กับ “หลุยส์ ฟาน ฮัล” ซึ่งเชื่อว่าหลายคนไม่ใช่นักเตะที่เจ้าตัวต้องการ แต่สัจธรรมของฟุตบอลคงไม่มีโค้ชหรือผู้จัดการทีมคนไหนได้นักเตะในใจจริงๆของตัวเองครบ 11 คนเวลาทำทีม

แน่นอนว่าฟอร์มของ “แมนฯ ยูไนเต็ด” ในยุคของ “มูรินโญ่” ช่วงแรกไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ ถึงแม้จะได้ตัว “ซลาตัน อิบราฮิโมวิช” กับ “พอล ป็อกบา” 2 นักเตะที่บอร์ดบริหารของทีมโดยเฉพาะรายหลังที่ยอมทุ่มเงินหลักร้อยล้านเพื่อเอาใจเจ้าตัวในการมารับตำแหน่ง

เพราะฟุตบอลไม่ได้เล่นแค่นักเตะคนหรือสองคนแต่เล่นเป็นทีม ส่งผลให้ฟอร์มการเล่นของทีมสะดุดบ่อยซึ่งใน “พรีเมียร์ลีก” ฤดูกาลนี้ เสมอไปแล้วถึง 8 นัด และแพ้ไป 3 นัด ถือว่าน่าเสียดาย เพราะไปทำคะแนนหล่นกับเกมที่ควรชนะในการเจอกับทีมเล็กกว่าอย่าง “สโต๊ค ซิตี้” (เสมอทั้งเหย้าและเยือนเลย) “เบิร์นลีย์” “เวสต์แฮม” หรือ “เอฟเวอร์ตัน” เกมล่าสุดที่ได้ปีศาจสุกรโลกันต์ “เวย์น รูนี่ย์” ยิงเซฟชีวิตพร้อมทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมที่ 250 ประตู

ปัญหาของทีมไม่ได้อยู่ที่นักเตะไม่พอหรือขาดแคลนนักเตะ เพราะก่อนเปิดฤดูกาลนอกจาก “อิบราฮิโมวิช” กับ “ป็อกบา” ยังได้ “เฮนริค มคิตาร์ยาน” กับ “เอริค ไบยี่” ตัวรุกกับกองหลังอีกคนเข้ามาสู่ทีมอีก แต่นักเตะที่เหลืออยู่ “คุณภาพ” ไม่ดีพอ เฉลี่ยนเป็นพวกระดับบีหรือบีบวกเท่านั้น
ดังนั้นสาวกผีแดงต้อง “อดทน” และ “รอ” ให้น้ามูค่อยๆปรับทีมไปก่อนในฤดูกาลนี้ อย่างเพิ่งคาดหวังว่าจะต้องกลับมาเป็น “แชมป์พรีเมียร์ลีก” เลย เอาแค่ไม่หลุด 4 อันดับแรกเพื่อไปเล่นฟุตบอล “แชมเปี้ยนส์ ลีก” ฤดูกาลหน้าก่อน

ช่วงนี้ที่ตลาดเปิด ทีมสามารถทำเงินจากการขายนักเตะไปประมาณ 41 ล้านปอนด์เรียบร้อยจากการขาย “มอร์แกน ชไนเดอร์แลง” ให้ “เอฟเวอร์ตัน” 24 ล้านปอนด์ และ “เมมฟิส เดปาย” ให้ “โอลิมปิก ลียง” ประมาณ 21 ล้านปอนด์

โดยประเด็นสำคัญคือนักเตะที่ทีมปล่อยตัวออกไป น่าจะเป็นพวกของปลอมทำเหมือนซะมากกว่า ซึ่งไม่ใช่ที่ต้องการของน้ามู ยิ่งรายหลังอย่าง “เดปาย” ที่บอร์ดบริหารทีมยอมซื้อเพราะจอมปรัชญาคนก่อนอยากได้แถมขาดทุนอีกเพราะตอนซื้อมาราคา 25 ล้านปอนด์
นอกจากนั้นรายชื่อของนักเตะภายในทีมที่มีแนวโน้มว่าจะถูกน้ามู “กำจัด” ทิ้ง ก็ยังมี “แอชลีย์ ยัง” ซึ่งเป็นขวัญใจที่แฟนบอลของทีมรักคนนึงเนื่องจากดูเป็นคนดี ไม่มีพิษมีภัย ก้มหน้าก้มตาเล่นฟุตบอลอย่างเดียว แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่ผู้เล่นระดับเอลิสต์จึงไม่อยู่การพิจารณาให้อยู่ต่อ แถมเจ้าตัวมีข่าวว่ามีทีมลีกจากจีนให้ความสนใจพร้อมทุ่มค่าเหนื่อยถึง 250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว ถ้าเกิดไปจริงๆ “ฝีเท้าระดับยัง รับเงินแบบซลาตันหรือป็อกบา” ก็คุ้ม

หรือ “อ็องโตนี่ มาร์ซิยัล” ที่ดูไม่ค่อยเป็นที่โปรดปรานของน้ามูสักเท่าไหร่ ฤดูกาลนี้ลงสนามเป็นตัวจริงไปเพียง 9 นัดเท่านั้นเองทั้งๆที่ไม่ค่อยเจ็บไม่ค่อยป่วย ที่สำคัญเจ้าตัวยังไม่สามารถพิสูจน์อะไรให้คุ้มค่ากับค่าตัวที่สูงถึง 36 ล้านปอนด์ได้เลย
ท้ายที่สุดถึงช่วงตลาดเปิดรอบนี้น้ามูยังไม่สามารถกำจัดจุดอ่อนของทีมได้ทั้งหมดในการ “กำจัด” นักเตะประเภทของปลอมทำเหมือน แต่อย่างน้อยๆก็ดูมีอนาคต “หวังได้ ลุ้นขึ้น” และเชื่อว่าปิดฤดูกาลนี้อาจจะได้เห็นการผ่าตัดใหญ่อีกครั้งครับ

ท้ายที่สุดถึงช่วงตลาดเปิดรอบนี้น้ามูยังไม่สามารถกำจัดจุดอ่อนของทีมได้ทั้งหมดในการ “กำจัด” นักเตะประเภทของปลอมทำเหมือน แต่อย่างน้อยๆก็ดูมีอนาคต “หวังได้ ลุ้นขึ้น” และเชื่อว่าปิดฤดูกาลนี้อาจจะได้เห็นการผ่าตัดใหญ่อีกครั้งครับ

ภูมิใจแทน! “เฮียเนฟ” ยกนิ้วให้ “หนูเทรนท์” หลังสอบผ่านเกมแดงเดือดฉลุย

13

แกรี่ เนวิลล์ ตำนานนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายกย่อง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แข้งวัย 19 ปี ของ ลิเวอร์พูล หลังสามารถทำผลงานได้เป็นอย่างดีในศึกแดงเดือดครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน

“ก่อนเกมผมบอกว่าเป็นเรื่องยากที่จะไว้ใจเด็กนั่นขนาดนั้น และเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆก็อาจรู้สึกแบบเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่ควรส่งเขาลงสนามเลย” เนวิลล์ กล่าว

“ผมกังวลกับเขาบ้าง เพราะนี่มันคือขุมนรกของดาวรุ่งเลย มันสามารถกลืนคุณทั้งเป็นได้ โดยเฉพาะการมาเยือนแล้วด้วย”

“หากจำได้ คาร์ล เจนกินสัน มากับ อาร์เซนอล เมื่อหลายปีก่อนแล้วแพ้ไปถึง 2-8 มันคือพรีเมียร์ลีกเกมที่ 2 และเป็นครั้งแรกที่ออกมาเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาถูกไล่ออก ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อเขาอย่างมาก”

“แต่เจ้าหนูนี่กลับมาต่อกรกับนักเตะอย่าง มาร์กซิยาล, รูนี่ย์ และ มคิทาร์ยาน ด้วยคาแร็คเตอร์แบบนั้น เขาทำได้ดีและจะต้องภูมิใจแน่ๆ”

“ผมมั่นใจเลยว่า เจอร์เกน คล็อปป์, เพื่อนร่วมทีม และแฟนๆ ก็คงจะภูมิใจเหมือนกัน กับการที่เขาสามารถผ่านเกมแบบนั้นไปได้ พร้อมยังจัดการ มาร์กซิยาล อย่างอยู่หมัดด้วย”

ใจหายแวบ! เผยจังหวะ “ตะวัน” ฝืนลมพิษลงแข่งจนน็อคคาคอร์ท

12

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา ของ “ตะวัน” ปัณณวิชญ์ ทองน่วม นักแบดมินตันสโมสรแกรนนูลาร์ ที่ล้มฟุบไประหว่างการแข่งขัน แบดมินตัน “มาเลเซีย มาสเตอร์ กรังด์ปรีซ์ โกลด์” ที่เมืองซิบู รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย

โดยนักตบลูกขนไก่วัย 21 ปี แฟนหนุ่มของ “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ เกิดเป็นลมหมดสติในช่วงระหว่างการแข่งขันรอบสอง ที่พบกับ วิสนุ ยูริ พาสเซ็ตโย นักตบจากอินโดนีเซีย ในช่วงเกมแรก ทำให้ต้องถอนตัวออกจากการแข่งขัน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ซึ่งสุดท้ายแล้ว อาการของนักตบลูกขนไก่หน้าเข้มไม่เป็นอะไรมาก โดยสาเหตุมาจากการที่เจ้าตัวเป็นลมพิษก่อนการแข่งขัน แต่ตัดสินใจฝืนลงแข่งนั่นเอง

แพ้บ๊วยคาบ้าน! “ลิเวอร์พูล” ฟอร์มแกว่งเปิดรังพ่าย “สวอนซี” 2-3

9

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 นัดที่ 22 ของฤดูกาล ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 3 เปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับ สวอนซี ซิตี้ อันดับบ๊วยของตาราง

ผลปรากฏว่า “หงส์แดง” พ่ายคารังไปแบบช็อกแฟนบอล 2-3 หลังโดนนำก่อน 0-2 จากการเหมาของ เฟร์นันโด ยอเรนเต้ หัวหอกชาวสเปนของ “หงส์ขาว” นาที 48 และ 53

แม้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ หัวหอกทีมชาติบราซิลจะยิงคนเดียวสองประตูให้ทีมตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ ในนาที 55 และ 69 แต่สุดท้ายก็มาโดนทีเด็ดจาก กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน จอมทัพทีมชาติไอซ์แลนด์ของทีมเยือนในนาที 74

หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล พ่าย สวอนซี คาบ้าน 2-3 มี 45 คะแนนเท่าเดิม ส่วนสวอนซีมี 18 แต้ม กระโดดขึ้นมาอันดับ 17

สาวไทยทำได้! “ชบาแก้ว” คว้าชัยเหนือ “ยูเครน” 1-0 ศึกสี่เส้าที่จีน

7

การแข่งขันฟุตบอลหญิง CFA International Women’s Tournament 2017 นัดสอง (21 ม.ค.) ทีมชาติไทย อันดับ 30 ของโลก พบ ทีมชาติยูเครน อันดับ 26 ของโลก เวลา 18.35 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สนามฝอซาน เซ็นจูลี่ โลตัส สปอร์ต เซ็นเตอร์

ก่อนเกมการแข่งขัน “มาดามแป้ง” สั่งตรงกำชับทีมงานต้องคว้าชัยในนัดนี้ให้ได้ เพื่อพิสูจน์เกมส์บุกตามเทคนิคที่ซ้อมกันมาหลายเดือน

เริ่มเกมไทยมีโอกาสบุกต่อเนื่อง นาทีที่ 9 กาญจนา สังข์เงิน มีโอกาสหลุดมาถึงหน้าประตู ยิงไปเสาแรก แต่โดนนายทวารสาวยูเครนปัดออกไป

น. 24 รัตติกาล ทองสมบัติ มีโอกาสยิง แต่บอลชนคานอย่างน่าเสียดาย จนมาถึง น. 38 รัตติกาลเปิดบอลให้ อรทัย ศรีมะณี โหม่งเข้าไป ให้ไทยขึ้นนำก่อน และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ ไทย 1-0 ยูเครน

ครึ่งหลัง สองทีมงัดกลยุทธ์บู๊เต็มที่ ยูเครนได้โอกาสยิงใน น.50 แต่วราภรณ์ บุญสิงห์ เซฟไว้ได้ จบเกมไม่มีใครทำสกอร์เพิ่มได้ หมดเวลาการแข่งขัน ไทยชนะยูเครน 1-0

ส่วนคู่แรกของวันนี้ ทีมชาติจีน ชนะ ทีมชาติเมียนมา 2-0 ซึ่งในนัดสุดท้าย วันที่ 24 ม.ค. ทีมชาติไทย จะพบคู่ปรับเก่า เมียนมา ในเวลา 16.00 น. ที่สนามฝอซาน เซ็นจูลี่ โลตัส สปอร์ต เซ็นเตอร์

รายชื่อ 11 คนแรกทีมชาติไทย

วราภรณ์ บุญสิงห์, วารุณี เพ็ชรวิเศษ, พิสมัย สอนไสย์, ดวงนภา ศรีตะลา, สุนิสา สร้างไธสง, พิกุล เขื่อนเพ็ชร, อรทัย ศรีมะณี, นิภาวรรณ ปัญโญสุข, กาญจนา สังข์เงิน, ธนีกานต์ แดงดา, รัตติกาล ทองสมบัติ

ไม่มีกลัว! “ค้างคาวไฟ” ลั่นเปิดเกมแลก “กิเลน” ศึกแชมเปี้ยนส์คัพ

11

ความเคลื่อนไหวศึก “แชมป์ชนแชมป์” ก่อนเปิดฤดูกาลไทยลีก ในชื่อรายการ “ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2017” ระหว่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แชมป์ไทยลีก พบกับ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ตัวแทนแชมป์เอฟเอ คัพ ซึ่งจะดวลแข้งกันในวันอาทิตย์ที่ 22 ม.ค.นี้ เวลา 19.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 21 ม.ค. ทัพ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ได้เดินทางมาฝึกซ้อมที่สนามแข่งขันจริง โดยมี “โค้ชชาย” สมชาย มากมูล หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ “เสี่ยเขต” เขตพงศ์ กุลนาถศิริ ผู้จัดการทีม ดูแลอย่างใกล้ชิด

“เสี่ยเขต” เปิดเผยแบบไม่มีกั๊กถึงแมตช์ที่จะพบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ว่า “เรารู้ดีว่าทีมเราเป็นรอง แต่เราก็พร้อมที่จะสู้อย่างเต็มที่ และจะไม่มีอุดหรือเอารถบัสมาจอดขวางแน่ แต่เราจะเปิดเกมบุกสู้แบบเต็มตัว แม้ว่าเมื่อเทียบตัวต่อตัว เราจะเป็นรอง แต่เราจะใช้ความฟิต บวกกับระบบและทีมเวิร์ก ผมเชื่อว่าเรามีโอกาสชนะเช่นกัน”

ผจก.ทีมสุโขทัย ยังกล่าวถึงตัวผู้เล่นว่า “เกมนี้เราจะส่ง 4 ผู้เล่นต่างชาติลงสนามตั้งแต่ต้นเกม โดยมี 3 แกนหลักจากปีที่แล้วอย่าง บักโจ้ ,ฮิโรมิชิ คาตาโนะ และ ดิยุฟ บีรัม บวกกับตัวใหม่อย่าง แอดเมีย อาโรวิค ขณะที่ แอนธอน เซ็มเลียนูคิม นั้นเราจะเก็บไว้เป็นทีเด็ดซูเปอร์ซับ”

“เสี่ยเขต” ยังพูดถึงผลงานเจอกันเมื่อปีที่แล้ว สุโขทัย แพ้ให้กับ เมืองทอง ทั้งเหย้าและเยือน โดย เคลตัน ซิลวา เหมาคนเดียว 3 ประตูในชัยชนะ 2-1 และ 1-0 ว่า “เราจะไม่มีการส่งใครจับตาย เคลตัล เป็นพิเศษอย่างแน่นอน และเราจะแสดงให้เห็นว่าเรายกระดับทีมขึ้นมาแค่ไหน เกมนี้ทุกอย่างล้วนเป็นประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการชิงถ้วยใบใหม่ ซึ่งเราก็หวังจะได้จารึกชื่อเป็นแชมป์ทีมแรก”

ชมฟรี! “บุรีรัมย์” เปิดบ้านรับ “อาร์มี่ เอฟซี” ศึกช้างอาเซียนทัวร์

10

ความเคลื่อนไหวฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน รายการ ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017 เกมที่ 3 ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ อาร์มี่ เอฟซี ทีมแชมป์ฮุนเซน คัพ 2016 จากประเทศกัมพูชา วันที่ 22 มกราคม 2560 เวลา 18.30 น. True4U (ช่อง 24) และTrueSport HD2 (667) ถ่ายทอดสดให้ได้ชมทั่วประเทศ แฟนบอลเข้าชมฟรี โดยรายได้จากการรับบริจาคในเกมนี้จะนำไปมอบให้กับโรงเรียนที่ประสบอุทกภัยใน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มกราคม 2560 ที่ห้องแถลงข่าวสนามไอ-โมบาย สเตเดียม ได้มีการแถลงข่าวความพร้อมก่อนเกม ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017 เกมที่ 3

โดย รันโก้ โพโพวิช หัวหน้าผู้ฝึกสอนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และสุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีมปราสาทสายฟ้า พร้อมด้วย เตป ลองรัชนา หัวหน้าผู้ฝึกสอนอาร์มี่ เอฟซี และ เค้ก เขมริน กัปตันทีมอาร์มี่ เอฟซี ร่วมแถลงข่าว

รันโก้ โพโพวิช เปิดใจว่า ตอนนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยู่ในช่วงเตรียมทีม และถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะจะได้ดูว่าเราเตรียมทีมมาดีแค่ไหนก่อนที่ไทยลีกจะเปิดฤดูกาล แน่นอนว่าเราต้องโชว์ฟอร์มให้ดีต่อหน้าแฟนบอล เกมนี้จะเป็นเกมที่ไม่ง่าย แต่เราก็จะเล่นให้เต็มที่เพื่อเอาชนะให้ได้

“เกมกับอาร์มี่ เอฟซี ทีมแกร่งจากกัมพูชา เราหวังที่จะทดลองผู้เล่นใหม่ในแต่ละตำแหน่ง ที่ผ่านมาบางคน อาจได้เล่นในตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคย เกมนี้นอกจากผลการแข่งขันแล้ว เกมนี้จะเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ และสำหรับ บุรีรัมย์ ไม่ว่าใครจะลงไปเล่น ก็จะพยายามเอาชนะให้ได้”

ส่วน สุเชาว์ นุชนุ่ม กล่าวว่า ก่อนอื่นขอขอบคุณ ช้าง ที่จัดรายการนี้ขึ้นมา แน่นอนว่า บุรีรัมย์ ได้ลงเตะรายการนี้มาสองเกมแล้ว นี่เป็นอีกเกมสำคัญสำหรับการเตรียมตัวสู่แข่งขันไทยลีกปีหน้า ทุกคนในทีมตอนนี้พร้อมเต็มที่ และเชื่อว่าจะเป็นเกมที่สนุกอีกเกม ขอเรียนเชิญแฟนบอลบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง เรียนเชิญมาชมเกมนี้กันครับ”

ด้าน เตป ลองรัชนา เปิดใจว่า ก่อนอื่นขอขอบคุณทาง บุรีรัมย์ ที่เชิญมาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เราดีใจ และภูมิใจมากที่ได้มาอยู่ที่ บุรีรัมย์ และจะได้ลงเล่นกับพวกเขา ที่เคยเป็นแชมป์ลีกถึง 5 สมัย สำหรับเราแล้ว นักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อันตรายทุกคน พรุ่งนี้จะเป็นเกมที่ดีสำหรับเรา ที่จะได้เรียนรู้จาก บุรีรัมย์ เพราะหลายคนบอกว่าพวกเขาอยู่ในระดับที่สูงกว่า เกมนี้ไม่ได้เล่นแค่เพื่อถ้วยรางวัล แต่เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ต้องการเล่นให้ดี และคว้าแชมป์ให้ได้

ขณะที่ เค็ก เขมริน กล่าวว่า บุรีรัมย์ เป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่พรุ่งนี้เราจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อเป็นประสบการณ์สำหรับฤดูกาลต่อไป เราภูมิใจที่ได้มาเล่นกับ บุรีรัมย์ เพราะเป็นทีมแข็งแกร่ง เพิ่งบุกไปชนะ พนมเปญ คราวน์ มาได้ 6-0 พรุ่งนี้เราจะทำให้สุดความสามารถ แม้เป็นยากงานที่จะเอาชนะพวกเขาก็ตาม สภาพทีมตอนนี้เราก็เตรียมตัวมาดี มีนักเตะชาวเกาหลีเหนือ กับ ทีมชาติกัมพูชา อยู่ในทีมด้วย แน่นอนว่าพรุ่งนี้จะเป็นเกมที่ดี

สำหรับฟุตบอล ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017 เกมที่ 3 ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ อาร์มี่ เอฟซี จากประเทศกัมพูชา จะมีขึ้นวันที่ 22 มกราคม 2560 เวลา 18.30 น. True4U (ช่อง 24) และTrueSport HD2 (667) ถ่ายทอดสดให้ได้ชมทั่วประเทศ แฟนบอลเข้าชมฟรี

ชวดแชมป์! “ช้างศึก ยู-23” พ่าย “โยโกฮาม่า” ท้ายเกม 0-1 ทันห์เนียนคัพ

24

การแข่งขันฟุตบอล “ทันห์เนียน นิวส์เปเปอร์ คัพ 2016 “ที่สนามตอง นัต สเตเดี้ยม ณ กรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.59 เวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ภายใต้การคุมทัพของ กุนซือคู่หูพาร์ทไทม์ “โค้ชก้าง” นฤพล แก่นสน กับ “โค้ชหระ” อิสระ ศรีทะโร โดยมี “คุณเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี เป็นผู้จัดการทีม มีคิวลงสนามในเกมนัดชิงชนะเลิศกับโยโกฮาม่า เอฟซี

โดยผลงานก่อนหน้านี้ ทัพ “ช้างศึกพลังหนุ่ม” ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ กังวอน (กาหลีใต้) 6-2,? ชนะ ฮองอันห์ ยาลาย (เวียดนาม) 1-0 รอบรองชนะเลิศ ชนะ ทันห์เนียน นิวส์เปเปอร์ (เวียดนาม) 3-1 ด้าน โยโกฮาม่า เอฟซี รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ เมียนมาร์ 4-1,? ชนะ ทันห์เนียน นิวส์เปเปอร์ (เวียดนาม) 1-0 รอบรองชนะเลิศ ชนะจุดโทษ ฮองอันห์ ยาลาย (เวียดนาม) 3-2 (0-0)

ในส่วนของผู้เล่น 11 คนแรก “ช้างศึกยู23” ในระบบ 4-2-3-1 ประกอบ ผู้รักษาประตู รัตนัย ส่องแสงจันทร์ แผงหลัง 4 คน ไล่จากซ้ายไปขวา สุริยา สิงห์มุ้ย, วรวุฒิ นามเวช, เนติพงษ์ แสนมะฮุง, ชินภัทร์ ลีเอาะ โดยมี นพพล พลคำ กับ วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ ปั้นเกมแดนกลางให้ 3 ประสานในแนวรุก ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, ชัยวัฒน์ บุราญ ป้อนบอลให้หน้าเป้า เจนรบ สำเภาดี

ด้าน โยโกฮาม่า ของกุนซือ โทโมโนบุ ฮายากาว่า จัดทัพผู้เล่น 11 คนแรก ประกอบด้วย โยเฮ ทากาโอกะ, เรียว นาฟูจิโตมิ, โทโมะ ยาอินูเอะ, ชิริว อิโตะ, โยตะ มาเอจิมะ, โชยะ โอชิไอ, โคซึเกะ ไซโตะ, เคตะ ไอชิ, ทาเคชิโร่ ฮัตโตริ, โทโมยะ โอซาว่า และเรียวตะ คานาซาว่า

ออกสตาร์ตเกมครึ่งแรก รูปเกมในช่วงต้นถือว่ายังสูสี ต่างฝ่ายต่างผลัดกันเซ็ตบอลหาจังหวะเข้าทำ ทว่าก็ยังหาจังหวะจบสวยๆ กันแทบไม่ได้ จนเกมเข้าสู่นาที 36 เป็นทาง โยโกฮาม่า ที่เกือบได้ประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะที่ โคซึเกะ ไซโตะ ได้บอลบริเวณเส้นหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนเจ้าตัวจะตวัดยิงบอลไปชนคานออกหลัง จากนั้นเวลาที่เหลือทั้งสองฝ่ายพยายามหาจังหวะจบสกอร์กันแตาทำไม่ได้ จบ 45 นาทีแรกยังเสมอกัน 0-0

กลับมาสู้ต่อครึ่งหลัง ไทย ขยับเปลี่ยนตัวสำรองเป็นคนแรกส่ง ศศลักษณ์ ไหประโคน ลงไปทำเกมรุกแทน วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ นาที 63 ไทย ส่ง สุประวีณ์ มีประทัง ลงแทน ชัยวัฒน์ บุราญ และแค่ไม่ถึงนาที ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา จ่ายบอลเข้าเขตโทษทางซ้ายให้ สุประวีณ์ ได้ยิงด้วยซ้ายโล่งๆ ทว่าบอลเหินข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 72 ไทย ขยับเปลี่ยนตัวคนสุดท้ายถอดเอา นพพล พลคำ ออกแล้วส่ง กิตติพงษ์ วงมา ลงมาแทน จากนั้นสองนาทีให้หลัง เจนรบ สำเภาดี ได้พักบอลในเขตโทษก่อนพลิกตัวยิงด้วยซ้ายทว่าบอลยังไปเข้าซองนายด่านโยโกฮาม่า

นาทีที่ 87 ทีมไทยมาพลาดเสียประตูให้ โยโกฮาม่า เอฟซี จากการโหม่งของ ชิริว อิโตะ จากนั้นเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายแพ้ไปแบบหวุดหวิด 0-1 พลาดคว้าแชมป์ไปครองอย่างน่าเสียดาย

ด้านผลคู่ชิงอันดับ 3 ปรากฎว่า ฮองอันห์ ยาลาย เฉือนชนะ ทันห์เนียน นิวส์เปเปอร์ 1-0

สำหรับ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD651 เครื่องออกจากกรุงโฮจิมินห์ เวลา 09.45 น. ถึงสนามบินนานาชาติดอนเมือง เวลา 11.20 น.

ทวงรองฝูง! “หงส์แดง” ไล่ทุบ “สโต๊ค” 4-1 ตามจ่าฝูง 6 แต้ม

เปิดเกมมาแค่ 12 นาที เจ้าถิ่นเงียบกริบ เมื่อ สโต๊ค ซิตี้ เป็นฝ่ายออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่เอริค ปีเตอร์ส ตัดบอลได้ก่อนกระชากขึ้นทางกราบซ้าย แล้วเปิดไปที่เสาแรกให้ โจนาธาน วอลเตอร์ส วิ่งมาโขกเสียบเสาแรกเข้าไป

นาทีที่ 18 ทีมเยือนเกือบหนีเป็น 2-0 โจ อัลเลน พาบอลเข้ามาทางกรอบเขตโทษด้านขวา ก่อนสับไกยิงทันที แต่ ซิมง มิโญเล่ต์ นายทวารลิเวอร์พูล ใช้ขาช่วยเซฟไว้ได้ทัน

นาทีที่ 23 ลิเวอร์พูล น่าจะได้ประตูตีเสมอ เมื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ดาวยิงชาวบราซิล ได้ยิงด้วยขวาบอลผ่าน ลี แกรนท์ นายทวารสโต๊ค ไปแล้ว ทว่า ปีเตอร์ เคร้าช์ กองหน้าที่ลงมาช่วยเกมรับ สามารถช่วยสกัดบอลทิ้งออกหลังไปได้ ก่อนที่บอลจะข้ามเส้นประตู

อย่างไรก็ตามนาทีที่ 34 หงส์แดง มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จนได้จากจังหวะที่ ซาดิโอ มาเน่ ได้บอลทางกราบขวาแล้วผ่านเข้ากลาง เกล็น จอห์นสัน แบ็กของสโต๊คจะจับบอลแต่ไม่ดี เลยโดน อดัม ลัลลาน่า สปีดตามไปยิงด้วยขวามุมแคบจากระยะแค่ 6 หลา ทางกรอบเขตโทษด้านขวาบอลเข้าประตูไป

ก่อนหมดครึ่งแรกแค่นาทีเดียว เจ้าถิ่นมาได้ประตูแซงนำ 2-1 จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายให้กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แต่งหนึ่งจังหวะแล้วง้างเท้าตะบันด้วยซ้ายเต็มข้อจากทางกรอบเขตโทษด้านซ้ายบอลเช็ดเสาในทั้งสองเสา เข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้ ลิเวอร์พูล นำก่อน 2-1 เมื่อหมดครึ่งแรก

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง เจ้าถิ่นยังเปิดเกมบุกแล้วมาได้ประตูที่สามในนาทีที่ 59 จากจังหวะที่ ดิว็อค โอริกี้ ได้บอลทางกราบซ้ายแล้วผ่านเข้ากลางจะให้ มาเน่ แต่ จานเนลลี่ อิมบูล่า กองกลางของสโต๊ค ตามมาสไลด์สกัดบอลเข้าประตูตัวเองไป ลิเวอร์พูล นำห่าง 3-1 แล้ว

นาทีที่ 70 เมื่อ ไรอัน ชอว์ครอสส์ ปราการหลังกัปตันทีมของสโต๊ค จ่ายบอลคืนหลังพลาด แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าตัวสำรองฉกบอลไปได้ก่อนแตะหลบ ลี แกรนท์ นายทวารของสโต๊ค แล้วยิงด้วยซ้ายเข้าประตูไปอย่างง่ายๆ ลิเวอร์พูล ทิ้่งเป็น 4-1

จบเกม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ 4-1 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมขยับคืนรองจ่าฝูง โดยมีแต้มตามหลัง “จ่าฝูง” เชลซี 6 คะแนนเท่าเดิม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ซิมง มิโญเล่ต์ – เนธาเนียล ไคลน์, รักนาร์ คลาวาน, เดยัน ลอฟเรน, เจมส์ มิลเนอร์ – อดัม ลัลลาน่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – ซาดิโอ มาเน่, ดิว็อค โอริกี้, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่
สโต๊ค ซิตี้ (4-2-3-1) : ลี แกรนท์ – เกล็น จอห์นสัน, ไรอัน ชอว์ครอสส์, บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้, เอริค ปีเตอร์ส – เกล็น วีแลน, จานเนลลี่ อิมบูล่า, โจ อัลเลน, มาเม่ บิราม ดิยุฟ – โจนาธาน วอลเตอร์ส, ปีเตอร์ เคร้าช์

อีกแค่เกมเดียว! “จ่าฝูงลีกเวลส์” จ่อทำสถิติชนะติดต่อกันมากที่สุดในโลก

เตรียมบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ สำหรับ “เดอะ นิว เซนต์ส” สโมสรแชมป์ลีกเวลส์ หลังชนะคู่แข่งมาแล้ว 26 นัดติดต่อกัน

โดย เดอะ นิว เซนต์ส หรือ ทีเอ็นเอส ตอนนี้ทำผลงานเท่ากับสถิติโลกที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยักษ์ใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ ทำเอาไว้ที่ 26 นัดติดต่อกัน เมื่อปี 1972

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทีเอ็นเอส เปิดบ้านเอาชนะ เซฟท์ ดรูดส์ 4-0 และเป็นโอกาสอันดีในการสร้างสถิติใหม่ เนื่องจากในวันที่ 30 ธ.ค. นี้ พวกเขามีโปรแกรมพบ เซฟท์ ดรูดส์ อีกครั้ง แม้จะเป็นเกมเยือนก็ตาม

สำหรับ ทีเอ็นเอส กำลังนำโด่งเป็นจ่าฝูงของลีก โดยทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 21 คะแนน ทำให้มีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์ 6 สมัยติดต่อกัน นอกจากนี้ยังมีโอกาสคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยอีก 2 รายการของเวลส์ หรือ “ทริปเปิ้ลแชมป์” เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันด้วย

ทั้งนี้ สถิติโลกในการชนะคู่แข่งติดต่อกันมากที่สุดในโลกเป็นของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เมื่อปี 1972 โดยยอดทีมกังหันลมชนะ 26 เกมติดต่อกันในทุกรายการ แบ่งเป็นชัยชนะในลีก 19 นัด, ยูโรเปี้ยน คัพ 4 นัด และดัตช์ คัพ อีก 3 นัด