ตะลึง ใบบัวกระด้งยักษ์สวยตระการตา รับน้ำหนักคนได้ 100 กิโลกรัม

 

ตื่นตา ใบบัวกระด้งยักษ์ หรือ บัววิคตอเรีย ที่ จ.พิษณุโลก ใบใหญ่ยักษ์สวยตระการตา คนนั่ง-ยืนไม่มีจม รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม

วันที่ 13 ธันวาคม 2559 เฟซบุ๊ก สำนักข่าวไทย ได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอ ที่เผยให้เห็นบึงบัววิคตอเรีย หรือ บัวกระด้งยักษ์ ที่ ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยแต่ละใบมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5-2 เมตร มีหนามแหลมคมรอบฐานใบบัว โดยดอกของมันมีสีขาวจะบานเฉพาะเวลาเช้า และพลบค่ำ ซึ่งจะเห็นเป็นสีขาวสลับสีชมพูสวยงาม
โดยนายธรรมรงค์ สิริพัฒนา เจ้าของบึงดังกล่าว ได้ลงไปยืนบนใบบัวเพื่อพิสูจน์ว่าสามารถยืนได้ไม่จม โดยใบบัวสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม พร้อมเผยต่อว่าตั้งใจจะเปิดบึงดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

เหรียญรัชกาลที่ 9

เหรียญที่ระลึกในวโรกาสมงคลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีมากมายหลายรุ่น ทุกรุ่นเป็นที่นิยม และถือเป็นของที่มีค่ายิ่งของนักสะสมทั้งปวง ที่รักในหลวง

(หนังสือ เหรียญรัชกาลที่ 9 พิมพ์ครั้งที่ 1 บริษัทไฮเท็คดีเฟ้นซ์ ออปติก จำกัด พ.ศ.2539)

นับ 1 เหรียญที่ 1…เหรียญที่ระลึก พระบรมราชาภิเษก วันที่ 5 พ.ค.2493 เหรียญทั้งด้านหน้าและหลัง ที่ลงในคอลัมน์วันนี้ มีข้อมูลว่า

สร้างเพื่อเป็นที่ระลึกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493 หลังเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ องค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

ลักษณะ เป็นรูปเสมา ขอบเรียบ ด้านบนมีห่วง เงินกะไหล่ทอง ด้านหน้า เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ครึ่งพระองค์ พระพักตร์ตรง ทรงเครื่องยศพลเรือน ด้านหลัง มีพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร”

เหรียญที่ระลึกลำดับต่อๆมา สร้างในพิธีสมโภชพระเจดีย์ทองวัดบวรนิเวศฯ นักสะสมรู้จักดี เรียกกันว่า เหรียญทรงผนวช ลักษณะเหรียญ กลม แบน ขอบเรียบ ด้านบนมีห่วง มีหลายเนื้อ ตั้งแต่เนื้อทองแดงกะไหล่นาก เนื้อเงิน เนื้อทองคำ เนื้ออัลปาก้า

เฉพาะเนื้อทองแดง มีสองบล็อก บล็อก ธรรมดา และขนาดใหญ่ 6 นิ้ว ทุกบล็อกเหรียญทรงผนวชเหมือนกัน

ด้านหน้า เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระผนวช ริมขอบด้านบน มีข้อความว่า “ทรงผนวช ๒๔๙๙” ริมขอบล่าง มีพระปรมาภิไธย “ภูมิพลอดุลยเดช ปร.ภูมิพโล”

ด้านหลัง เป็นรูปพระเจดีย์ทอง วัดบวร-นิเวศฯ ริมขอบเหรียญจารึกข้อความ “เสด็จฯสมโภชพระเจดีย์ทองบวรนิเวศ 29 สิงหาคม 2508 ในมงคลสมัยพระชนมายุเสมอพระราชบิดา”

มาถึงชุดเหรียญพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก เหรียญมหาชนก ที่ตอนนี้วงการพูดถึงกันมาก

ลักษณะเหรียญ กลม แบน ชนิด ทองคำ นาก เงิน สร้าง พ.ศ.2539 ด้านหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ผินพระพักตร์ไปด้านซ้าย เบื้องบนมีตราพระปรมาภิไธย ภปร เบื้องล่าง จารึกว่า วิริยะ เป็นภาษาไทย บาลี อังกฤษ

ด้านหลัง รูปพระมหาชนกในพระมหาสมุทร ขณะทรงสนทนาธรรมกับนางมณีเมขลา

หนังสือเหรียญรัชกาลที่ 9 นอกจากมีเรื่องเหรียญทุกรุ่น ยังมีพระเครื่องสำคัญ เช่น พระพิมพ์จิตรลดาที่ทรงสร้างเอง และที่เกี่ยวเนื่อง เช่น พระกริ่งพระพุทธชินสีห์ 7 รอบ สร้างปี 2499 ฯลฯ

เหรียญมากมาย หลายรุ่น ทุกเหรียญมีค่า…มีราคาแพง ขึ้นลงไปตามกระแสความต้องการ

เหรียญหนึ่ง ที่ถือว่าราคาต้นทางสูงสุด คือ เหรียญฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี กาญจนาภิเษก 7 มิถุนายน 2539…กรมธนารักษ์จัดสร้างเป็นเหรียญที่ระลึก

เป็นเหรียญกลมชนิดพิเศษโลหะสองสีขัดเงา วงขอบนอกเรียบ ทำด้วยทองคำขาวบริสุทธิ์ 99.9% และวงในทองคำบริสุทธิ์ 99.99% น้ำหนัก 115 กรัม เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 มม. หนา 5 มม.

เหรียญชุดนี้ สร้างไม่เกิน 150 เหรียญ ราคา 500,000 บาท พร้อมกล่องบรรจุหนังสือรับรองและใบประกาศเกียรติคุณ

อยู่ไปก็ไร้ค่า! “น้ามู” ยัน “ชไนเดอร์แลง” ขอย้ายทีมจริง

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่า มอร์แกน ชไนเดอร์แลง ลงทะเบียนขอย้ายทีมจริง

มอร์แกน ชไนเดอร์แลง ตกเป็นข่าวพัวพันกับ เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน สโมสรร่วมลีก ซึ่ง โทนี่ พูลิส กุนซือของทีม “เดอะ แบ็กกี้ส์” ก็ยืนยันว่าต้องการได้ตัวนักเตะจริง โดยจะยื่นข้อเสนอคว้าตัวมาร่วมทีมเดือนมกราคมนี้

ล่าสุด โชเซ่ มูรินโญ่ เผยว่า ชไนเดอร์แลง ที่ในฤดูกาลนี้ไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงสนามมากนักนั้น ขอขึ้นทะเบียนย้ายทีมจริง โดยได้กล่าวว่า

“ใช่แล้ว เขาคือสุดยอดนักเตะ เป็นมืออาชีพ และยังตรงไปตรงมามากๆ คำตอบของผมก็ง่ายๆคือ ถ้าเขาได้เล่นตลอดก็คงจะขวางไว้ แต่เมื่อไม่ใช่ ก็มีสิทธิ์ที่จะย้ายทีม หากข้อเสนอมันโอเคและบอร์ดยอมรับมัน ผมก็คงไม่ขวางทางแต่อย่างใด”

ฟรุ้งฟริ้งซะ! “บัวขาว” เปลี่ยนไปงานนี้บอกเลยแฟนๆเห็นมีอึ้ง

6

“ดำดอทคอม” บัวขาว บัญชาเมฆ นักชกขวัญใจชาวไทย กับภาพลักษณ์ใหม่ ที่เชื่อเลยว่าแฟนๆต้องแปลกใจกันเป็นแถว

งานนี้บอกเลย จาก “บัวขาว” ต้องเปลี่ยนมาเรียก “บัวชมพู” ซะแล้ว

(แฟนๆไม่ต้องคิดมากครับ เป็นเพียงแค่การถ่ายเล่นขำๆในค่าย โดยกางเกงที่สวมใส่จัดทำขึ้นเพื่อเอาใจแฟนๆที่เป็นผู้หญิง สนใจติดต่อได้ที่ค่ายบัญชาเมฆ)

สาวป่วยมะเร็งจนหน้าบวม ยันไม่ได้ตัดต่อภาพ ชี้ไม่มีใครเอาความเจ็บป่วยมาล้อเล่น

สาวสวยเคราะห์ร้าย ป่วยมะเร็งกระดูกจนหน้าบวม อัดคลิปแจงหลังถูกชาวเน็ตกังขา ตัดต่อภาพหรือไม่ ชี้คงไม่มีใครเอาความเจ็บป่วยมาล้อเล่น หวังว่าคลิปนี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจ

จากกรณีที่ชาวเน็ตร่วมกันแชร์ต่อเรื่องราวของสาวสวยรายหนึ่ง ที่ชีวิตมีอันต้องพลิกผันเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง จนทำให้ใบหน้าสวย ๆ นั้นบวมจนเห็นได้ชัดและไม่มีเส้นผม ดังที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jenie Yoo ได้โพสต์ภาพ Before-After ของตัวเอง ให้ได้เห็นกันก่อนหน้านี้ ซึ่งนั่นทำให้เธอไม่สามารถทำงานได้เพราะไม่มีใครรับ ซึ่งเมื่อเรื่องราวถูกแชร์ออกไปก็มีคนเข้ามาให้กำลังใจเธอเป็นจำนวนมาก [อ่านข่าว : สาวสวยชีวิตพลิกผัน หน้าบวมป่วยมะเร็ง สมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครกล้ารับ]

อย่างไรก็ตามหลังจากที่เรื่องราวของเธอกลายมาเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ก็ได้มีคนบางกลุ่มที่เกิดความสงสัยว่าภาพใบหน้าของเธอซึ่งบวมออกไปอย่างมากนั้น เกิดจากการตัดต่อภาพใช่หรือไม่ ทำให้ล่าสุด (12 ธันวาคม 2559) เจ้าตัวได้ขอออกมาชี้่แจงในเรื่องนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ก Jenie Yoo โดยระบุว่า ตัวเธอนั้นป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูกอ่อนที่ทำให้กระดูกบวมขึ้น โตขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทบต่อใบหน้าให้บวมจนผิดรูป ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถผ่าตัดได้ สำหรับอาการบวมที่เกิดขึ้น ทำให้ตาของเธอข้างหนึ่งมองไม่เห็น จมูกไม่สามารถหายใจได้ ต้องใช้วิธีการหายใจทางปาก

ทั้งนี้เธอหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากได้เห็นคลิปนี้่ คงจะทำให้คนเชื่อได้ว่าตัวเธอนั้นไม่ได้หลอกลวง เพราะคงไม่มีใครเอาความเจ็บปวดมาล้อเล่น และหากใครไม่เจอกับตัวก็คงจะไม่รู้ นอกจากนี้เธอยังขอขอบคุณทุกกำลังใจและทุก ๆ คนที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนเข้ามาด้วย

โฆษกวัดพระธรรมกาย ยันไม่มีเจตนายุยงปลุกปั่น แนะ DSI ฟังเสียงประชาชน

โฆษกวัดพระธรรมกาย ขอแถลงหลังถูกดีเอสไอแจ้งความ เอาผิด ม.116 ฐานยุยงปลุกปั่น ลั่นไม่มีเจตนาปลุกปั่น ขอดีเอสไอรับฟังเสียงประชาชน และแสดงความจริงใจด้วยการถอนแจ้งความ

จากกรณีที่วานนี้ (13 ธันวาคม 2559) ทางกรมสอบสวนดีเอสไอ หรือดีเอสไอ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อ นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกวัดพระธรรมกาย หลังพบว่านายองอาจได้มีการแถลงจุดยืนของศิษยานุศิษย์ 9 ข้อ ที่อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116 (2) ประมวลกฎหมายอาญา เรื่องยุยงด้วยวาจา และบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น

ล่าสุดพบว่าในเวลา 19.30 น. วันที่ 13 ธันวาคม นายองอาจได้ออกแถลงท่าทีผ่านเฟซบุ๊ก เครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก โดยชี้แจง 4 ข้อ ปฏิเสธว่าตนไม่ได้มีเจตนายุยงปลุกปั่นแต่อย่างใด เพราะเพียงนำเสนอความจริงต่อสื่อมวลชนเท่านั้น เพื่อให้ทางราชการเข้าใจความรู้สึกของคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ชี้ตนเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเองและพร้อมจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม บอกแทนที่ดีเอสไอจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับประชาชน อยากให้ใช้โอกาสนี้รับฟังความเห็นจากประชาชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากกว่า และขอให้ดีเอสไอแสดงความจริงใจ ด้วยการถอนแจ้งความ

“10 ปีที่ฟุตบอลเวียดนามเฝ้ามองไทย แต่กลับไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย”

5

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่าน ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลงานของทีมชาติไทย หลังจากยุคตกรอบแรกซีเกมส์ ก็ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ แม้ในช่วงแรกจะลุ่มๆดอนๆบ้าง แต่ ณ วันนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปหลายคนอาจจะบอกว่าทีมชาติไทยของเรากำลังดีขึ้น ซึ่งหากว่ากันตามจริงแล้ว เรากำลังกลับไปอยู่จุดที่เราเคยอยู่มากกว่า

และในช่วง 3-4 ปีให้หลังมานี้ จากการเข้ามาของ “ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” และทีมชาติไทยรุ่นใหม่ ยิ่งทำให้ทีมชาติไทยกลับมาสร้างศรัทธาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ซีเกมส์, อันดับสี่เอเชียนเกมส์, แชมป์อาเซียน เข้ารอบฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสุดท้าย โซนเอเชีย ผลงานเหล่านี้บอกได้เป็นอย่างดีว่าทีมชาติไทยกำลังจะกลับมาเป็นอย่างที่เคยรุ่งเรืองในอดีต

ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่เราเองเท่านั้นที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เวียดนาม คืออีกชาติที่กำลังจับตา และกำลังไล่ตามไทยอย่างไม่ลดละมาโดยตลอด

6

การแข่งขันในระดับ U21 ที่จัดขึ้นทุกปี (ทันห์ เนียน คัพ) ปีนี้จะครบรอบการจัดการแข่งขันปีที่ 10 โดยมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นที่ไทยไม่ได้ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันคือในปี 2012 และ 2013

และทุกๆปีที่ทีมชาติไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน จะเป็นนักกีฬาทีมชาติ U21 ชุดใหม่ทุกปี หรือบางครั้งจะเป็นทีมโรงเรียนที่ไม่เคยมาแข่งที่เวียดนามมาก่อน

ในระยะเวลา 10 ปีที่จัดการแข่งขัน นับตั้งแต่ปี 2007 ที่จัดการแข่งขันครั้งแรกที่เมืองนาตรัง มาปีนี้ทีมชาติไทย U21 มาในรูปแบบใหม่อีกครั้ง และถือว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งเลยทีเดียว เพราะนี่คงเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อลงแข่งขัน ซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซียของพวกเค้า และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมกล้าบอกได้เลยว่าทีมชาติไทยชุดนี้หรือ ทีมชาติไทย U23 เป็นทีมที่แข็งแกร่ง จนทำให้ผมประหลาดใจเลยว่าพวกเค้าไปแอบฝึกกันที่ไหน ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้

“ธีรศิลป์ แดงดา” ผู้ทำประตูสูงสุดใน AFF Suzuki Cup 2016 เคยไปร่วมฝึกซ้อมกับสโมสรแมนฯ ซิตี้ เมื่อตอนที่เค้าอายุ 19 ปี และชื่อเป็นเพียงชื่อเดียวที่เราเคยได้ยินชื่อในระดับอาเซียน ส่วนอดีตทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ U17 อย่าง ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น, ทริสตอง โด, สิโรจน์ ฉัตรทอง, ปกเกล้า อนันต์, ศราวุฒิ มาสุข, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และอดิศักดิ์ ไกรษร ชื่อเหล่านี้ ยังไม่เป็นที่รู้จักในอาเซียนเลยด้วยซ้ำ จนกระทั่งซีเกมส์ 2013 ที่พวกเค้าพาทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007

นับตั้งแต่ JMG Academy Thailand ปิดตัวลงไปในปี 2012 ไทยก็ไม่ได้พยายามจะเปิดอะไรแบบนี้ขึ้นมาอีก แต่ไทยหันไปเน้นพัฒนาทรัพยากรในท้องถิ่นแทน

จากการที่ทีมงานได้เดินทางไปไทยในแต่ละครั้ง พบว่าทุกสโมสรฟุตบอลในไทยขณะนี้เป็นสโมสรอาชีพกันแทบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงบางแห่งเท่านั้นที่เป็นแบบกึ่งอาชีพ ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของนักเตะเยาวชน แล้วจึงขยับไปสู่ศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสรที่ใหญ่กว่า ที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า ต่อไปในอนาคต7

เบรกหนีหนาวที่เข้าทาง “เชลซี”

เมื่อคืนที่ผ่านมาเชื่อว่าตอบอลนอกหลายๆคนคงรู้สึกแปลกๆ เพราะไม่มีฟุตบอลให้ดูจากการที่บรรดาลีกใหญ่ของยุโรป “เบรกหนีหนาว” กันแล้ว ทั้ง “บุนเดสลีกา เยอรมัน” “ลาลีกา สเปน” และ “กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี” แถมฟุตบอล “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” ก็จะเตะกันวันจันทร์อีกซึ่งเป็นเกมบ็อกซิ่งเดย์

ช่วงนี้อาจจพอได้เห็นช่าวหลายทีมกำลังเดินเรื่องซื้อนักเตะใหม่บ้าง หรือต่อสัญญาบ้างในตลอดซื้อขายนักเตะที่จะกลับมาเปิดอีกครั้งเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว แต่ต้องยอมรับว่าเหงียบเหงากว่าฤดูกาลที่ผ่านๆมาซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้เศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดี และสถานการณ์ในยุโรปที่ตึงเครียดเรื่องของผู้ก่อการร้ายพอสมควร

เห็นแค่บิ๊กดีลของ “ออสการ์” จาก “เชลซี” ไป “เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจ” ในซุปเปอร์ลีกของจีนเท่านั้น นอกนั้นหลายๆทีมต่างรัดเข็มขัดไม่ทุ่มเงินซื้อนักเตะแบบบ้าคลั่งเหมือนก่อน ถ้าเป็นไปได้พยายามที่จะต่อสัญญานักเตะตัวเองที่มีอยู่เอาไว้ให้ได้ อย่าง “อาร์เซน่อล” ที่ต้องการได้ลายเซ็นของ “อเล็กซิส ซานเชส” กับ “เมซุต โอซิล” ที่กำลังจะหมดลงในฤดูกาลหน้า

อย่างที่เคยเขียนไว้ในคอลัมภ์ก่อนหน้านี้ว่า ตอนนี้กระแสของลีกจีนกำลังมาแรง บรรดาทีมใน “ซุปเปอร์ลีก” ต่างยอมจ่ายด้วยเงินมหาศาลเพื่อซื้อนักเตะระดับเกรดเอด้วยซ้ำมาร่วมทีม ต่างจากสมัยก่อนที่ได้แค่นักเตะซุปเปอร์สตาร์ปลดเกษียณหรือนักเตะเกรดบีลงไปเท่านั้น

กลับมาที่ลีกเมืองผู้ดี อยากจะบอกว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป จะมีฟุตบอลให้ดูเกือบทุกวันสลับกันไปซึ่งเป็นโปรแกรมหนักของฟุตบอล “พรีเมรียร์ลีก” มาแต่ไหนแต่ไหร่แล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้ “เชลซี” จะเป็นจ่าฝูงด้วย 43 คะแนน ห่างจากอันดับสองคือ “ลิเวอร์พูล” ที่มี 37 คะแนน ถึง 6 คะแนน แต่ก็ไม่มีอะไรแน่นอน

ที่สำคัญถ้าดูจากโปรแกรมในช่วงนี้ “อันโตนีโอ คอนเต้” ดีกว่าคู่แข่งทั้งหมดด้วยซ้ำ โดยโปรแกรมจะเจอ “บอร์นสมัธ” คืนวันพรุ่งนี้ ก่อนวันศุกร์หน้าจะเจอ “สโต๊ค ซิตี้” และพฤหัสที่ 5 มกราคมปีหน้า ต้องเล่นดาร์บี้แมตซ์กับ “สเปอร์”

ขณะที่ “ลิเวอร์พูล” จะลงสนามคืนวันอังคารนี้เจอ “สโต๊ค ซิตี้” ก่อนที่วันเสาร์หน้าจะเจองานหนักกับ “แมนฯซิตี้” และต่อด้วยวันจันทร์ที่ 2 มกราคมปีหน้าไปเยือน “ซันเดอร์แลนด์” ซึ่งสองนัดหลังได้พักเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น

มาดูทีมอันดับ 3 อย่าง “แมนฯซิตี้” ที่ลงสนามคืนวันพรุ่งนี้ไปเยือน “ฮัลล์ ซิตี้” ต่อด้วยการเจอกับ “ลิเวอร์พูล” ในวันเสาร์หน้า และพักวันเดียวก่อนจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “เบิร์นลีย์”

ทีมอันดับ 4 “อาร์เซน่อล” วันจันทร์นี้เจอ “เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน” แล้วลงสนามวันอาทิตย์หน้า 1 มกราคม เจอ “คริสตัล พาเลซ” ก่อนที่จะพักวันเดียวแล้วไปเยือน “บอร์นสมัธ” ช่วงดึกวันพุธเลย

ส่วน “แมนฯยูไนเต็ด” ของ “โชเซ่ มูรินโญ่” ที่กลับมาเข้าฟอร์มเก่งอีกครั้ง เจอ “ซันเดอร์แลนด์” วันพรุ่งนี้ ต่อด้วยการเจอ “มิดเดิ้ลสโบรซ์” ในวันเสาร์หน้าวันสุดท้ายของปีนี้ และพักเพียงแค่วันเดียวเพราะต้องลงสนามเจอ “เวสต์แฮม ยูไนเต็ด” ในวันจันทร์ที่ 2 ช่วงดึก

ดูแล้ว “เบรกหนีหนาว” คงไม่เงียบเหงาขนาดนั้น นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ซึ่งสงสัย “เชลซี” ทำบุญมาด้วยอะไร เพราะดูงานในช่วงเบรกหนีหนาวถ้าเทียบกับทีมใหญ่ด้วยกัน “สบาย” กว่าคู่แข่งตรงที่ได้พักมากกว่าครับ