“10 ปีที่ฟุตบอลเวียดนามเฝ้ามองไทย แต่กลับไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย”

5

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่าน ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลงานของทีมชาติไทย หลังจากยุคตกรอบแรกซีเกมส์ ก็ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ แม้ในช่วงแรกจะลุ่มๆดอนๆบ้าง แต่ ณ วันนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปหลายคนอาจจะบอกว่าทีมชาติไทยของเรากำลังดีขึ้น ซึ่งหากว่ากันตามจริงแล้ว เรากำลังกลับไปอยู่จุดที่เราเคยอยู่มากกว่า

และในช่วง 3-4 ปีให้หลังมานี้ จากการเข้ามาของ “ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” และทีมชาติไทยรุ่นใหม่ ยิ่งทำให้ทีมชาติไทยกลับมาสร้างศรัทธาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ซีเกมส์, อันดับสี่เอเชียนเกมส์, แชมป์อาเซียน เข้ารอบฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสุดท้าย โซนเอเชีย ผลงานเหล่านี้บอกได้เป็นอย่างดีว่าทีมชาติไทยกำลังจะกลับมาเป็นอย่างที่เคยรุ่งเรืองในอดีต

ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่เราเองเท่านั้นที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เวียดนาม คืออีกชาติที่กำลังจับตา และกำลังไล่ตามไทยอย่างไม่ลดละมาโดยตลอด

6

การแข่งขันในระดับ U21 ที่จัดขึ้นทุกปี (ทันห์ เนียน คัพ) ปีนี้จะครบรอบการจัดการแข่งขันปีที่ 10 โดยมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นที่ไทยไม่ได้ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันคือในปี 2012 และ 2013

และทุกๆปีที่ทีมชาติไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน จะเป็นนักกีฬาทีมชาติ U21 ชุดใหม่ทุกปี หรือบางครั้งจะเป็นทีมโรงเรียนที่ไม่เคยมาแข่งที่เวียดนามมาก่อน

ในระยะเวลา 10 ปีที่จัดการแข่งขัน นับตั้งแต่ปี 2007 ที่จัดการแข่งขันครั้งแรกที่เมืองนาตรัง มาปีนี้ทีมชาติไทย U21 มาในรูปแบบใหม่อีกครั้ง และถือว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งเลยทีเดียว เพราะนี่คงเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อลงแข่งขัน ซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซียของพวกเค้า และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมกล้าบอกได้เลยว่าทีมชาติไทยชุดนี้หรือ ทีมชาติไทย U23 เป็นทีมที่แข็งแกร่ง จนทำให้ผมประหลาดใจเลยว่าพวกเค้าไปแอบฝึกกันที่ไหน ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้

“ธีรศิลป์ แดงดา” ผู้ทำประตูสูงสุดใน AFF Suzuki Cup 2016 เคยไปร่วมฝึกซ้อมกับสโมสรแมนฯ ซิตี้ เมื่อตอนที่เค้าอายุ 19 ปี และชื่อเป็นเพียงชื่อเดียวที่เราเคยได้ยินชื่อในระดับอาเซียน ส่วนอดีตทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ U17 อย่าง ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น, ทริสตอง โด, สิโรจน์ ฉัตรทอง, ปกเกล้า อนันต์, ศราวุฒิ มาสุข, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และอดิศักดิ์ ไกรษร ชื่อเหล่านี้ ยังไม่เป็นที่รู้จักในอาเซียนเลยด้วยซ้ำ จนกระทั่งซีเกมส์ 2013 ที่พวกเค้าพาทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007

นับตั้งแต่ JMG Academy Thailand ปิดตัวลงไปในปี 2012 ไทยก็ไม่ได้พยายามจะเปิดอะไรแบบนี้ขึ้นมาอีก แต่ไทยหันไปเน้นพัฒนาทรัพยากรในท้องถิ่นแทน

จากการที่ทีมงานได้เดินทางไปไทยในแต่ละครั้ง พบว่าทุกสโมสรฟุตบอลในไทยขณะนี้เป็นสโมสรอาชีพกันแทบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงบางแห่งเท่านั้นที่เป็นแบบกึ่งอาชีพ ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของนักเตะเยาวชน แล้วจึงขยับไปสู่ศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสรที่ใหญ่กว่า ที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า ต่อไปในอนาคต7