เบรกหนีหนาวที่เข้าทาง “เชลซี”

เมื่อคืนที่ผ่านมาเชื่อว่าตอบอลนอกหลายๆคนคงรู้สึกแปลกๆ เพราะไม่มีฟุตบอลให้ดูจากการที่บรรดาลีกใหญ่ของยุโรป “เบรกหนีหนาว” กันแล้ว ทั้ง “บุนเดสลีกา เยอรมัน” “ลาลีกา สเปน” และ “กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี” แถมฟุตบอล “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” ก็จะเตะกันวันจันทร์อีกซึ่งเป็นเกมบ็อกซิ่งเดย์

ช่วงนี้อาจจพอได้เห็นช่าวหลายทีมกำลังเดินเรื่องซื้อนักเตะใหม่บ้าง หรือต่อสัญญาบ้างในตลอดซื้อขายนักเตะที่จะกลับมาเปิดอีกครั้งเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว แต่ต้องยอมรับว่าเหงียบเหงากว่าฤดูกาลที่ผ่านๆมาซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้เศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดี และสถานการณ์ในยุโรปที่ตึงเครียดเรื่องของผู้ก่อการร้ายพอสมควร

เห็นแค่บิ๊กดีลของ “ออสการ์” จาก “เชลซี” ไป “เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจ” ในซุปเปอร์ลีกของจีนเท่านั้น นอกนั้นหลายๆทีมต่างรัดเข็มขัดไม่ทุ่มเงินซื้อนักเตะแบบบ้าคลั่งเหมือนก่อน ถ้าเป็นไปได้พยายามที่จะต่อสัญญานักเตะตัวเองที่มีอยู่เอาไว้ให้ได้ อย่าง “อาร์เซน่อล” ที่ต้องการได้ลายเซ็นของ “อเล็กซิส ซานเชส” กับ “เมซุต โอซิล” ที่กำลังจะหมดลงในฤดูกาลหน้า

อย่างที่เคยเขียนไว้ในคอลัมภ์ก่อนหน้านี้ว่า ตอนนี้กระแสของลีกจีนกำลังมาแรง บรรดาทีมใน “ซุปเปอร์ลีก” ต่างยอมจ่ายด้วยเงินมหาศาลเพื่อซื้อนักเตะระดับเกรดเอด้วยซ้ำมาร่วมทีม ต่างจากสมัยก่อนที่ได้แค่นักเตะซุปเปอร์สตาร์ปลดเกษียณหรือนักเตะเกรดบีลงไปเท่านั้น

กลับมาที่ลีกเมืองผู้ดี อยากจะบอกว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป จะมีฟุตบอลให้ดูเกือบทุกวันสลับกันไปซึ่งเป็นโปรแกรมหนักของฟุตบอล “พรีเมรียร์ลีก” มาแต่ไหนแต่ไหร่แล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้ “เชลซี” จะเป็นจ่าฝูงด้วย 43 คะแนน ห่างจากอันดับสองคือ “ลิเวอร์พูล” ที่มี 37 คะแนน ถึง 6 คะแนน แต่ก็ไม่มีอะไรแน่นอน

ที่สำคัญถ้าดูจากโปรแกรมในช่วงนี้ “อันโตนีโอ คอนเต้” ดีกว่าคู่แข่งทั้งหมดด้วยซ้ำ โดยโปรแกรมจะเจอ “บอร์นสมัธ” คืนวันพรุ่งนี้ ก่อนวันศุกร์หน้าจะเจอ “สโต๊ค ซิตี้” และพฤหัสที่ 5 มกราคมปีหน้า ต้องเล่นดาร์บี้แมตซ์กับ “สเปอร์”

ขณะที่ “ลิเวอร์พูล” จะลงสนามคืนวันอังคารนี้เจอ “สโต๊ค ซิตี้” ก่อนที่วันเสาร์หน้าจะเจองานหนักกับ “แมนฯซิตี้” และต่อด้วยวันจันทร์ที่ 2 มกราคมปีหน้าไปเยือน “ซันเดอร์แลนด์” ซึ่งสองนัดหลังได้พักเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น

มาดูทีมอันดับ 3 อย่าง “แมนฯซิตี้” ที่ลงสนามคืนวันพรุ่งนี้ไปเยือน “ฮัลล์ ซิตี้” ต่อด้วยการเจอกับ “ลิเวอร์พูล” ในวันเสาร์หน้า และพักวันเดียวก่อนจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “เบิร์นลีย์”

ทีมอันดับ 4 “อาร์เซน่อล” วันจันทร์นี้เจอ “เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน” แล้วลงสนามวันอาทิตย์หน้า 1 มกราคม เจอ “คริสตัล พาเลซ” ก่อนที่จะพักวันเดียวแล้วไปเยือน “บอร์นสมัธ” ช่วงดึกวันพุธเลย

ส่วน “แมนฯยูไนเต็ด” ของ “โชเซ่ มูรินโญ่” ที่กลับมาเข้าฟอร์มเก่งอีกครั้ง เจอ “ซันเดอร์แลนด์” วันพรุ่งนี้ ต่อด้วยการเจอ “มิดเดิ้ลสโบรซ์” ในวันเสาร์หน้าวันสุดท้ายของปีนี้ และพักเพียงแค่วันเดียวเพราะต้องลงสนามเจอ “เวสต์แฮม ยูไนเต็ด” ในวันจันทร์ที่ 2 ช่วงดึก

ดูแล้ว “เบรกหนีหนาว” คงไม่เงียบเหงาขนาดนั้น นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ซึ่งสงสัย “เชลซี” ทำบุญมาด้วยอะไร เพราะดูงานในช่วงเบรกหนีหนาวถ้าเทียบกับทีมใหญ่ด้วยกัน “สบาย” กว่าคู่แข่งตรงที่ได้พักมากกว่าครับ