‘ศรีวราห์’ จวกร้อยเวรขู่แม่เด็ก พบคดีรุมโทรมเด็ก 14 มีการค้ามนุษย์จริง!

5
แม่เด็กหญิงวัย 14 ร้อง “พล.ต.อ. ศรีวราห์” มอบหลักฐานจี้เอาผิดแก๊งรุมโทรม ขณะ “ร.ต.อ.” ถูกสั่งเด้ง เหตุทำคดีล่าช้า สั่งตั้ง กก.สอบสวนซ้ำ พร้อมให้ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยวันนี้

(18 เม.ย. 60) “ทีมข่าวเวิร์คพอยท์” ได้ลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี พร้อม พล.ต.ต. กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), เจ้าหน้าที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นักจิตวิทยา เดินทางเข้าสอบปากคำเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เหยื่อคดีกระทำชำเราที่ร้านเกม อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดสุพรรณบุรี

โดย พล.ต.ต. กรไชย เปิดเผยว่า ขณะนี้คดีดังกล่าวได้ถูกโอนมาที่ ปคม.เรียบร้อยแล้ว เพื่อความสบายใจของเด็กหญิงเอ และในวันนี้ได้มาลงพื้นที่ดูจุดเกิดเหตุ อาทิ ร้านเกมและโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งใน อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ที่เด็กหญิงเอให้ข้อมูลว่า ถูกน้องสาวนายไก่หลอกมาเพื่อขายบริการให้กับลูกค้า รวมถึงเก็บข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม ก่อนดำเนินคดีต่อไป

จากข้อมูลของพยาน เบื้องต้นเชื่อว่า “มีขบวนการการค้ามนุษย์จริง” ซึ่งเป็นบุคคลกลุ่มหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดีข้อมูลทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนสอบสวน โดยหลังจากนี้จะสอบปากคำเด็ก พร้อมทั้งหาข้อมูลแวดล้อมเพิ่ม เพื่อให้ประกอบข้อมูลที่ระบุว่า เด็กหญิงเอถูกนำไปค้าประเวณีจริง โดยเบื้องต้นขณะนี้เตรียมออกหมายจับผู้ที่มีส่วนข้องต่อไป

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ นำมารดาของ ด.ญ. วัย 14 ปี กรณีถูกกลุ่มวัยรุ่นกระทำชำเราในพื้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เมื่อเดือน พ.ย. 59 เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้เร่งรัดติดตามจับกุมผู้ที่ร่วมกระทำความผิดมาดำเนินคดีทั้งหมด

นอกจากนี้ ทางครอบครัวผู้เสียหายยังมอบหลักฐานเป็นภาพถ่ายการต่อสู้ขัดขืนขณะเกิดเหตุ และหลักฐานการถูกข่มขู่ทำร้าย ซึ่งเป็นภาพอาวุธปืนพร้อมข้อความข่มขู่ ประวัติการเรียนของผู้เสียหายที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอดมามอบให้ พล.ต.อ. ศรีวราห์

นายสงกานต์ เปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานเชื่อได้ว่า ผู้เสียหายถูกกระทำชำเรา เนื่องจากมีร่องรอยบาดแผล และผู้เสียหายต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานกว่า 3 สัปดาห์ และมีอาการหวาดผวาไม่ยอมพูดคุยกับบุคคลใด ซึ่งได้เตรียมประสานผู้เชี่ยวชาญในการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอของผู้กระทำความผิดทั้งหมด

นายสงกานต์ กล่าวว่า เหตุผลที่ตนเองพาผู้เสียหายมาร้องกับ พล.ต.อ. ศรีวราห์ เนื่องจากคดีนี้เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล เนื่องจากบิดาของผู้ต้องหาเป็นอดีตนายตำรวจ และผู้เสียหายได้ถูกข่มขู่ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบผู้เสียหายเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ได้เกรดเฉลี่ย 3 กว่าตลอด ไม่ใช่เด็กใจแตก แต่ถูกล่อลวงไปทำร้าย

ด้านมารดาของ ด.ญ. วัย 14 ปี เล่าว่า ลูกสาวได้ยืนยันกับตนเองว่า ตอนที่ถูกขังในร้านเกมมีคนนำน้ำอัดลมมาให้ดื่ม และมีอาการนอนไม่หลับ และยืนยันว่ามีผู้ข่มขืนกระทำชำเรามากกว่า 10 คน อีกทั้งลูกสาวของตนไม่ใช่เด็กเกเร และไม่ได้ยินยอมตามที่มีการนำเสนอข่าว

“หลังพบตัวลูกสาวก็ได้พาเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ และพยายามให้มีการไกล่เกลี่ยด้วยการเรียกค่าเสียหายจากผู้ก่อเหตุ จึงเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 8 แสนบาท แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอม จึงลดเหลือ 5 แสนบาท แต่ทางพ่อของนายไก่ระบุว่ามีเงินไม่พอจึงดำเนินคดี ซึ่งในคืนนั้นตนและลูกสาวต้องค้างคืนอยู่ที่สถานีตำรวจ จนเช้าวันรุ่งขึ้นจึงพาลูกสาวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลด่านช้าง และผู้ก่อเหตุก็ยังคงพยายามขัดขวางและแสดงความรับผิดชอบเพื่อให้ครอบครัวไม่ดำเนินคดี”

ด้าน พล.ต.อ. ศรีวราห์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งเร่งรัดการสอบสวน โดยให้พนักงานสอบสวนเรียกสอบปากคำพยานผู้ที่ถูกข่มขู่ทั้งหมด และให้หาภาพถ่ายของผู้ก่อเหตุทุกคน ส่งมาให้ตัวเองผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ และให้รวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยทุกคนภายในเวลา 12.00 น. ของวันนี้ (19 เม.ย.)

นอกจากนี้ ให้ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรีตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับ ร.ต.อ. อนิวัฒน์ สุบงกช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ด่านช้าง พนักงานสอบสวนที่ทำคดีที่ถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมข่มขู่ผู้เสียหาย และดำเนินคดีล่าช้า โดยระหว่างที่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ให้ย้าย ร.ต.อ. อนิวัฒน์ มาปฏิบัติราชการที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น

พล.ต.อ. ศรีวราห์ กำชับให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้กระทำความผิดทั้งสิ้นกี่ราย และยังได้กำชับให้มีการตรวจสอบกรณีที่ทางครอบครัวผู้เสียหายอ้างว่า มีนายตำรวจระดับผู้ใหญ่ให้ลูกน้องมาทำการข่มขู่และให้การเท็จ ซึ่งได้ให้ พ.ต.อ. นิวัติ มาตะราช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรด่านช้าง นำภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดทุกนายมาแสดงกับทางครอบครัวผู้เสียหาย เพื่อทำการชี้ระบุตัวบุคคลที่มาข่มขู่ว่าเป็นใคร หากพบการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินการทางวินัยอาญาร้ายแรง