คืบหน้า โจ๋รุมกระทืบ 2 หนุ่มสาว! เหยื่ออาการยังหนัก ผ่าตัดกว่า 3 ชม.

7
คืบหน้ารุมกระทืบ 2 หนุ่มสาว แพทย์ผ่าตัดกะโหลกเหยื่อนานกว่า 3 ชม. เหยื่อสาวเผยนาทีถูกรุมกระทืบ ตำรวจส่ง 5 ผู้ต้องหาไปฝากขังผลัดแรก

วันที่ 18 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ 2 หนุ่มสาวขับขี่รถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว วิ่งสวนเลนเข้าไปในถนนด้านหลังตลาดเม่งอุย ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีกลุ่มวัยรุ่นกำลังเล่นน้ำสงกรานต์กันอยู่ และได้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น ทำให้กลุ่มวัยรุ่นได้พากันรุมชกทำร้ายร่างกายทั้งคู่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 18 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคาร 3 ห้อง 3108 โรงพยาบาลศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัด รพ.ศรีสะเกษ ได้เข็นรถนำร่างของนายคมกริซ แสงกอง อายุ 33 ปี เหยื่อของกลุ่มวัยรุ่นโหด ออกมาจากห้องผ่าตัด เพื่อนำเข้ามาพักฟื้นที่ห้องพิเศษ

โดยแพทย์ได้ใช้เวลาประมาณกว่า 3 ชม. ในการผ่าตัดบริเวณศีรษะเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของนายคมกริซ มีนางหนูเจียม อายุ 54 ปี แม่ของนายคมกริซ และ น.ส.ปิยะวรรณ อายุ 21 ปี แฟนสาวที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บฟกช้ำบริเวณใบหน้าและศีรษะ พร้อมด้วยน้องสาวของนายคมกริซมาคอยรอรับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำร่างของนายคมกริซขึ้นนอนบนเตียงผู้ป่วย โดยบริเวณใบหน้ามีรอยบาดแผลบวมช้ำและที่บริเวณศีรษะมีผ้าพันรอบเอาไว้ ส่วนตามร่างกายมีรอยฟกช้ำทั่วร่าง แพทย์พยาบาลได้ดูแลอาการของนายคมกริซอย่างใกล้ชิด

นางหนูเจียม กล่าวด้วยน้ำตานองหน้า เมื่อเห็นสภาพของนายคมกริซที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตนรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลุ่มคนร้ายมีจิตใจที่โหดเหี้ยมเกินไป หากว่าลูกชายของตนทำผิดอะไรจะตบตีครั้งสองครั้งแล้วส่งตัวให้ตำรวจก็ไม่ว่ากัน แต่นี่เป็นการรุมทำร้ายเหมือนกับต้องการจะฆ่าให้ลูกของตน

“ตนอยากถามกลุ่มคนร้ายว่า หากเหตุการณ์แบบนี้เกิดกับญาติพี่น้องของพวกเขาบ้างจะรู้สึกอย่างไร กลุ่มคนร้ายรุมกระทืบลูกชายของตนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส กระโหลกศีรษะร้าว กรามหัก จมูกหัก สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก

ไม่รู้ว่าเมื่อรักษาหายแล้วจะมีสภาพปกติเช่นเดิมหรือไม่ เพราะว่าขณะนี้ตนถามอะไรนายคมกริซจะตอบไม่รู้เรื่อง มีการอาการเบลออย่างหนัก เรื่องนี้ตนเสียใจมากและจะเอาเรื่องกับกลุ่มคนร้ายตามกฎหมายจนถึงที่สุด

ทางด้าน น.ส.ปิยะวรรณ แฟนสาวของนายคมกริซ กล่าวถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ถูกรุมกระทืบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ลงจากรถเพื่อไปซื้อน้ำดื่ม จากนั้นจะพากันเดินทางกลับบ้านพักที่สี่แยกบ้านจาน และได้ขับรถเข้ามาที่บริเวณเกิดเหตุ โดยด้านหน้ารถของตนมีรถเก๋งสีขาวอยู่ข้างหน้า และกำลังถอยหลังออกมา แฟนของตนจึงได้บีบแตร 1 ครั้ง เพื่อเป็นการเตือนไม่ให้รถคันหน้าที่กำลังถอยหลังชนรถ

โดยด้านหลังรถของตนก็มีรถยนต์คันหนึ่งอยู่ด้านหลังด้วย ทำให้ถอยไม่ได้ ซึ่งคาดว่า การที่รถของตนบีบแตร จะทำให้กลุ่มวัยรุ่นเข้าใจว่าพวกตนบีบแตรใส่ จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้เข้ามารุมล้อมรถที่ตนนั่งอยู่

โดยได้พากันทุบกระจกรถตรงบริเวณจุดที่ตนนั่งและบริเวณด้านคนขับ และมีชายคนหนึ่งใช้เท้าถีบที่บริเวณประตูรถ ซึ่งขณะนั้นนายคมกริซเห็นว่าเหตุการณ์จะรุนแรง จึงได้เปิดประตูรถลงไปเพื่อจะได้เคลียร์ปัญหา แต่ว่ากลุ่มวัยรุ่นได้เข้ามารุมทำร้ายร่างกายนายคมกริซอย่างป่าเถื่อนโหดร้าย

น.ส.ปิยะวรรณ กล่าวต่อไปว่า เมื่อตนเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นได้รีบลงจากรถเพื่อที่จะเข้าไปห้ามปรามไม่ให้ทำร้ายนายคมกริซ แต่ว่ากลุ่มวัยรุ่นไม่ฟัง ไม่ยอมหยุด และได้กระชากตนออกมา ด้วยความหวาดกลัว ตนจึงได้วิ่งหนีตายเข้าไปหลบในรถ และได้มีคนร้ายตามไปดึงกระชากเอาร่างของตนปลิวออกมาจากรถ

ซึ่งตนเห็นนายคมกริซนอนสลบอยู่กับพื้นถนน จึงได้เข้าไปกอดเอาไว้ เพราะว่าหากมีการทำร้ายนายคมกริซซ้ำอีก อาจจะทำให้นายคมกริซเสียชีวิตได้ แต่ทันใดนั้นได้มีคนร้ายกระทืบตนที่ศีรษะ 1 ครั้ง และมีคนร้ายอีกคนหนึ่งใช้เท้าเตะตนที่บริเวณใบหน้าอย่างแรง ทำให้ตนสลบคาที่ และไปรู้สึกตัวที่ รพ.กันทรลักษ์

แฟนสาวของหนุ่มเคราะห์ร้าย กล่าวด้วยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ บรรดาญาติพี่น้องของตนได้ดูคลิปเหตุการณ์แล้ว ต่างพากันโกรธแค้นคนร้ายมากที่ทำร้ายตนเหมือนกับ อ.กันทรลักษ์ เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน พ่อแม่ของตนจึงให้ตนเอาเรื่องกับกลุ่มคนร้ายทั้งหมดตามกฎหมายจนถึงที่สุด

ส่วนอาวุธปืนและยาเสพติดนั้น ตนไม่ทราบว่าเป็นของใคร แต่ว่าสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ของนายคมกริซได้ถูกกระชากขาดหายไปครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงส่วนหนึ่งที่นายคมกริซกำอยู่ในมือ ตนขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ประกอบด้วย 1. ท้าวสันติ แจ่มแจ้ง อายุ 50 ปี ที่อยู่บ้านโพนโฮง แขวงโพนโฮง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 2. นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี 3.นายบี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี 4.นายซี (นามสมมติ) อายุ 18 ปี และ 5.นายสรณ์ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี

โดยพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ส่วนท้าวสันติ ถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมว่า เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และนายสรณ์ ได้ตั้งข้อหาเพิ่มอีกว่าเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต นำไปฝากขังครั้งที่ 1 ที่ศาล จ.กันทรลักษ์

ซึ่งหลังจากส่งฝากขังแล้ว ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำกันทรลักษ์ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปคุมขังไว้ที่เรือนจำกันทรลักษ์ ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดมีสิทธิ์ยื่นขอประกันตัวได้ เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป