กุ๊บกิ๊บ จูงมือ น้องเป่าเปา จ่ายภาษี ตัวเล็กแค่นี้หาเงินได้เพียบ!!

8

ขอปรบมือดังๆ ให้กับครอบครัวสุดสตรองของคุณแม่ยังแซ่บ “กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์” เลยจ้า เพราะหลังจากที่ลูกสาวแก้มอ้วน “น้องเป่าเปา” ฉายแววความน่ารักครองใจแฟนๆ ทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังโกยเงินจากผู้ใหญ่ใจดีเข้ากระเป๋าจนนับไม่หวาดไม่ไหวแล้ว ล่าสุดสาวกุ๊บกิ๊บก็ได้ออกมาเปิดเผยกับเราว่า เธอเพิ่งจะจูงมือน้องเป่าเปาไปยังกรมสรรพากรเพื่อทำเอกสารยื่นภาษีตามกฎหมาย เนื่องจากว่าตอนนี้ลูกสาวของเธอสามารถหาเงินได้ด้วยตัวเองแล้ว ซึ่งเงินที่ได้มาจากการทำงานของลูกก็ยังถูกเก็บไว้ในบัญชีส่วนตัวเพื่อใช้สำหรับในอนาคตอีกด้วย

ส่วนทางด้านคุณพ่อรูปหล่อ “บี้ เคพีเอ็น” ที่ล่าสุดต้องเดินทางไปทำงานไกลถึงประเทศจีน นานกว่า 3 เดือน จนสาวกุ๊บกิ๊บถึงกับน้ำตาซึมกลางรายการโทรทัศน์นั้น เจ้าตัวก็ได้เผยว่า จริงๆ แล้วสาเหตุที่ร้องไห้ก็เป็นเพราะที่ผ่านมาไม่เคยห่างกันมาก่อน รวมถึงเวลาเห็นน้องเป่าเปาร้องไห้หาพ่อก็จะรู้สึกแอบคิดถึงขึ้นมาบ้างเหมือนกัน ซึ่งในอนาคตจะมีแพลนบินลัดฟ้าพาลูกสาวไปหาคุณพ่อหรือไม่นั้น ณ ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าอยากให้หนุ่มบี้โฟกัสกับงานของตัวเองให้เต็มที่น่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุด

ตอนนี้หลายโพลจัดให้น้องเป่าเปาเป็นลูกดาราที่ค่าตัวแพงที่สุด ?
“ก็ไม่รู้นะคะ รู้แค่ว่าตอนนี้เป่าเปาเสียภาษีแล้ว (ยิ้ม) ซึ่งถ้าถามว่าค่าตัวเขาสูงสุดไหม กิ๊บคิดว่าไม่น่าใช่หรอก แต่ถ้าถามถึงเรื่องภาษีเป่าเปาเขาเสียภาษีแล้วแน่นอน”

สำหรับเราในฐานะคุณแม่เราได้มีการแบ่งบัญชีไว้เป็นของน้องเองเลยไหม ?
“ส่วนใหญ่เงินที่ทำงานอย่างงานวันนี้ก็เข้าบัญชีเป่าเปาทั้งหมดค่ะ คือเราก็ต้องเปิดให้เขาด้วยเพราะในอนาคตเราเองก็เชื่อว่าเขาคงมีค่าใช้จ่ายอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนของเขาหรืออนาคตของเขา ซึ่งตรงนี้เราแบ่งให้เขาเยอะอยู่แล้วค่ะ”

ลูกงานเยอะขนาดนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นฝ่ายขอเงินลูกเองเลยไหม ?
“แม่ก็งานเยอะมาก (ลากเสียงยาว) แต่ว่าแม่ไม่รับแค่นั้นเองให้พ่อเขารับคนเดียวก็พอ ส่วนของเป่าเปาเวลาเขาหาเงินได้นั่นก็หมายความว่านั่นคือเงินของเขา เอาไว้อนาคตเขาโตขึ้นเราค่อยสอนเขาว่าเงินในบัญชีนี้คือเงินที่เขาหามาได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เงินที่พ่อแม่ให้ เขาจะได้เรียนรู้ว่าถ้าหากเขาอยากให้เงินก้อนนี้มันเพิ่มขึ้นเขาก็ต้องทำงานต่อ”

เรื่องภาษีของน้องเป่าเปาที่เราบอกว่าน้องต้องจ่ายอันนี้คือจัดการยังไง ?
“จ่ายตามปกติเหมือนผู้ใหญ่เลยค่ะ เราเพิ่งจะไปหาเจ้าหน้าที่ที่กรมสรรพากร เพื่อนำสูติบัตรและเอกสารต่างๆ ไปทำเรื่องว่าเดี๋ยวเขาจะต้องยื่นภาษีแล้วนะ คือก็ต้องจ่ายเนอะเพราะเขาเองก็มีรายได้แล้ว”

ทุกครั้งที่เราเลือกงานให้ลูกเราเลือกจากอะไร ?
“กิ๊บเลือกงานที่เหมาะกับเด็กเหมาะกับเปา เวลาเหมาะไม่เหนื่อยจนเกินไป อย่างงานวันนี้้เราก็แค่เดินแบบนิดหน่อยเดินเสร็จแล้วก็กลับบ้านไม่ได้มีอะไร ส่วนงานไหนที่เป็นงานค่ำๆ เราจะไม่รับเพราะว่าถ้าเป็นงานค่ำเป่าเปาเขาจะงอแงเนื่องจากมันเป็นเวลาที่เขาต้องนอน”

ล่าสุดเป่าเปาก็รับงานโฆษณาชิ้นแรกแล้วด้วย ?
“ออนแอร์แล้วค่ะ (หัวเราะ) ตอนถ่ายทำก็ไม่ได้ยากมากนะ คือลูกค้าเขาดีมากตรงที่เขาเขียนสคริปต์มาให้เป็นเป่าเปามากที่สุดดังนั้นบรรยากาศในการถ่ายทำมันก็เลยง่าย (ยิ้ม)”

รู้สึกยังไงบ้างที่คนจับตามองว่าโฆษณาตัวแรกต้องได้เงินเยอะ ?
“ประมาณหนึ่งค่ะ เหมาะสมกับการที่เราต้องเอาลูกน้อยไปเหนื่อย คือก็นั่นแหละค่ะเหมาะสมกับราคาของเรา แต่ก็ไม่ได้เวอร์ถึงขนาดที่จะต้องโก่งราคาอะไรขนาดนั้น ก็แค่ประมาณหนึ่งค่ะ”

เป็นยังไงบ้างกับการที่คนมองว่าครอบครัวเราคือครอบครัวตัวอย่าง ?
“ก็ไม่ได้อยากให้มองว่าเป็นตัวอย่างนะคะ แต่อะไรที่ดีๆ ดูไว้ก็ได้ เอาไปมองให้มันสนุกๆ ปรับใช้กับครอบครัวตัวเอง ส่วนอะไรที่มองแล้วรู้สึกว่ามันไม่เหมาะไม่ใช่ก็ไม่ควรที่จะเลียนแบบค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วเราก็จะยังเป็นในแบบที่เป็นสไตล์ของเรา บ้านเราเป็นสไตล์นี้ค่ะ”

แบบนี้พอคนจับตามองมากขึ้นเราเองต้องระวังตัวมากขึ้นตามไปด้วยไหม ?
“ไม่ เราก็ยังเป็นเราเหมือนเดิม เราจะเลี้ยงลูกยังไง เราจะทำตัวยังไง เราจะไปไหนทำอะไรเราก็ยังเป็นของเราปกติ เดินห้างใช้ชีวิตปกติธรรมดาทุกอย่าง อย่างวันนี้เราเกือบมางานไม่ทันเราก็ต้องนั่งรถไฟฟ้ามา ซึ่งคนบนรถไฟฟ้าตกใจกันหนักมากแต่เป่าเปาเขาก็หลับใส่เพื่อเก็บแรงไว้ทำงาน (หัวเราะ) อย่างที่บอกค่ะเราไม่ได้อยากเป็นแบบอย่างให้ใคร แต่เราแค่อยากให้เห็นว่าถึงแม้จะมีลูกคุณก็ยังสามารถทำงานได้ แฮปปี้ได้ และใช้ชีวิตสนุกสนานได้”

ถามถึงล่าสุดที่เราร้องไห้ ตอนแรกบอกว่าจะไม่ร้องแต่สุดท้ายก็ร้องเพราะคิดถึงบี้ ?
“โอ้ย ก็คนชอบถามเยอะเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เราเองก็พยายามใจแข็งแล้ว (หัวเราะ) ซึ่งสำหรับการทำงานบี้ตอนนี้เห็นว่ากำลังจะเปิดกล้องแล้วค่ะ เดี๋ยวทุกคนก็น่าจะได้รู้ว่านางต้องเล่นกับใครอะไรยังไง”

บี้เขารู้ไหมว่าเราร้องไห้เพราะคิดถึงเขา ?
“นางก็รู้แหละ นางก็น่าจะเดาไว้อยู่แล้ว แต่ส่วนตัวนางจะร้องไห้บ้างหรือเปล่านั้นอันนี้้เราเองก็ไม่ได้ถาม คือเราเป็นคนที่ไม่เคยห่างกันอ่ะค่ะ ไม่รู้จะพูดยังไง ซึ่งตอนแรกกิ๊บก็เฉยๆ นะ แต่พอเห็นเป่าเปาเรียกหาพ่อเท่านั้นแหละเราก็จะเริ่มรู้สึกว่าเราคิดถึงป่ะเนี่ย”

แบบนี้จะต้องมีการเปลี่ยนแผนบินไปหาเขาบ้างไหม ?
“ไม่ๆๆๆ ไม่อยากไปตอนนี้ ขอให้เขาโฟกัสกับงานให้เต็มที่ก่อนดีกว่าค่ะ”